Kaohoon
รัฐบาลลุยแก้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ รองรับหุ้นอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงกฎหมายเศรษฐกิจให้ก้าวทันพัฒนาการทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับการออกและใช้หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
Key facts
- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงกฎหมายเศรษฐกิจให้ก้าวทันพัฒนาการทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
- การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยให้สอดรับกับรูปแบบธุรกรรมทางการเงินในยุคใหม่ ทั้งนี้ การนำหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้
- ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการบริหารความเสี่ยงควบคู่กันไป โดยมุ่งสนับสนุนให้มีหลักเกณฑ์ที่รัดกุม ทั้งในเรื่องสิทธิของผู้ถือหลักทรัพย์ การจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ การแยกทรัพย์สินของลูกค้าอย่างชัดเจน
Summary
ล่าสุด ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระรับหลักการเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยคะแนนเสียง 455 เสียง พร้อมทั้งได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณารายละเอียด ก่อนที่จะนำกลับเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ต่อไป ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างกฎหมายตลาดทุนไทยให้รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยให้สอดรับกับรูปแบบธุรกรรมทางการเงินในยุคใหม่ ทั้งนี้ การนำหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในกระบวนการต่าง ๆ ทั้งการออกหลักทรัพย์ การถือครอง การโอนสิทธิ ตลอดจนการนำหลักทรัพย์ไปใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งทุกขั้นตอนจะสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และมีผลผูกพันตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มทางเลือกด้านการระดมทุนให้กับผู้ประกอบการในทุกขนาดธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ตลาดทุนไทยสามารถรองรับเทคโนโลยีทางการเงินสมัยใหม่ และเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคงในระยะยาว