The Standard
สภาฯ รับหลักการ ‘กฎหมายหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์’ ด้วยมติ 455 เสียง หนุนตลาดทุนไทยเดินหน้าสู่ดิจิทัล เตรียมสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
อีกก้าว! ตลาดทุนไทยเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัล หลังสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการ ‘การแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์’ เพื่อรองรับการออกและใช้ ‘หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์’ ด้วยคะแนนเสียง 455 เสียง เตรียมเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 ต่อไป
Key facts
- อีกก้าว! ตลาดทุนไทยเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัล หลังสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการ ‘การแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์’ เพื่อรองรับการออกและใช้ ‘หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์’ ด้วยคะแนนเสียง 455 เสียง เตรียมเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3
- รัชดากล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ไม่ใช่การเปิดทางให้เกิดสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่โดยไร้กรอบกำกับ แต่เป็นการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพให้หลักทรัพย์เดิมด้วย เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือหน่วยลงทุน เพื่อให้ธุรกรรมในตลาดทุนมีความรวดเร็ว
- ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงควบคู่กัน โดยสนับสนุนให้มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิของผู้ถือหลักทรัพย์ ทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ การแยกทรัพย์สินของลูกค้า การใช้หลักทรัพย์เป็นหลักประกัน
Summary
โดยสภาฯ มีมติรับหลักการแล้ว ด้วยคะแนนเสียง 455 เสียง และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณารายละเอียด ก่อนนำกลับเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 ต่อไป ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของการปรับโครงสร้างกฎหมายตลาดทุนไทยให้รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
วันนี้ (13 มิถุนายน) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับการออกและใช้ ‘หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์’ อย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ได้ผ่านขั้นตอนสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากกฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนให้ผู้ประกอบการทุกขนาด โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งทำให้ตลาดทุนไทยมีความพร้อมรองรับเทคโนโลยีทางการเงินสมัยใหม่ และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว