Nation TV
ARTICLE : ปลดผู้ว่าฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย! เจาะลึกอำนาจหน้าที่ใครกันแน่ที่มีสิทธิสั่ง "ย้าย-ปลด" ซีอีโอจังหวัด?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด มท.1 นั่งหัวโด่ตรงนี้ จะปลดยังไงผมอยากจะรู้" นี่คือวาทะเดือดประโยคหนึ่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กลางวงประชุมระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยเมื่อช่วงเช้าว
Key facts
- ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 การจะสั่งย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดไปอยู่จังหวัดอื่นหรือเรียกเข้ากรุ ไม่ใช่อำนาจของรองผู้ว่าฯ หรือผู้มีอิทธิพลคนใดจะชี้เป็นชี้ตายได้
- ผู้ที่มีอำนาจตัวจริงในการพิจารณาเสนอเรื่องย้ายคือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามอำนาจของผู้สั่งบรรจุในมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 แต่ปลัดกระทรวงฯ ก็สั่งย้ายเองทันทีไม่ได้ ต้องนำเรื่องไปขอความเห็นชอบจาก
- แม้จะถูกสั่งปลดออกหรือไล่ออก ระบบราชการก็ยังมีกลไกพิทักษ์ความยุติธรรม ข้าราชการระดับสูงที่ถูกลงโทษสามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งต่อ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ตามมาตรา 126 แห่ง
- ตามมาตรา 83 (2) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เสียเอง
Summary
ผู้ที่มีอำนาจตัวจริงในการพิจารณาเสนอเรื่องย้ายคือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามอำนาจของผู้สั่งบรรจุในมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 แต่ปลัดกระทรวงฯ ก็สั่งย้ายเองทันทีไม่ได้ ต้องนำเรื่องไปขอความเห็นชอบจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสียก่อน และสเต็ปสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ ต้องนำรายชื่อเสนอเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติ หาก ครม. ไฟเขียว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป
ประเด็นนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูในโซเชียลมีเดียถึงการ "วัดพลัง" กันในจังหวัดภูเก็ต โดยมีแฮชแท็กพาดพิงไปถึงคนใกล้ชิดของ "รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด" ว่ามีพฤติกรรมบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และมีการปล่อยข่าวข่มขู่ว่าจะดำเนินการ "ย้าย" หรือ "ปลด" นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้พ้นจากเกาะ
แม้จะถูกสั่งปลดออกหรือไล่ออก ระบบราชการก็ยังมีกลไกพิทักษ์ความยุติธรรม ข้าราชการระดับสูงที่ถูกลงโทษสามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งต่อ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ตามมาตรา 126 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และหากผลการวินิจฉัยยังไม่เป็นที่พอใจ ก็สามารถนำคดีไปฟ้องร้องต่อ ศาลปกครองสูงสุด ได้อีกภายใน 90 วัน