Bangkok Today
ออมสิน ผนึก 10 บลจ. พลิกโฉมการออม!
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ธนาคารออมสินประกาศรุกคืบยุทธศาสตร์การออมครั้งใหญ่ ผนึกกำลัง 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เดินหน้าปรับพอร์ตลูกค้า 26 ล้านราย ชูแนวคิด “การออมไม่ใช่แค่การฝากเงิน” พร้อมยันเป้าหมายหลักไม่ใช่กำไรค่าธรรมเนียม แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ฝากเงิ
Key facts
- คือหลักการที่ธนาคารนำมาใช้แนะนำลูกค้า โดยเสนอแนวทางการจัดสัดส่วนสินทรัพย์ ที่เหมาะสม เช่น การกระจายการลงทุนในประเทศประมาณ 60% และต่างประเทศอีก 40% เพื่อให้ค่าของเงินและมูลค่ากำลังซื้อในอนาคตไม่ลดลง
- นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สถาบันการเงินของรัฐอย่าง “ธนาคารออมสิน”
- ท่ามกลางสภาวะความผันผวนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2019 ทั้งวิกฤตการณ์โควิด-19 และภาวะสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าและพลังงาน,
- ที่ธนาคารไม่แนะนำให้ฝากเงิน 100% แต่ควรเริ่มสะสมทั้งการออมและการลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเกษียณอายุ ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยหรือ Startup ก็จะมีรูปแบบการบริหารเงินที่แตกต่างจากกลุ่มที่เป็นลูกจ้าง
Summary
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สถาบันการเงินของรัฐอย่าง “ธนาคารออมสิน” ต้องเร่งปรับตัวครั้งสำคัญ โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวความร่วมมือกับพันธมิตร บลจ. ถึง 10 แห่ง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของธนาคารที่ขยายขอบเขตจากการออมในรูปแบบเดิมสู่การลงทุนที่เป็นระบบมากขึ้น
ท่ามกลางสภาวะความผันผวนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2019 ทั้งวิกฤตการณ์โควิด-19 และภาวะสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าและพลังงาน, ธนาคารออมสินมองว่าการเลือกพึ่งพาเพียงการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการรักษาอำนาจซื้อในอนาคตอีกต่อไป เนื่องจากผลตอบแทนจากการฝากเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถเอาชนะอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นได้
“อย่าใส่ไข่ทุกใบไปในตะกร้าเดียว” คือหลักการที่ธนาคารนำมาใช้แนะนำลูกค้า โดยเสนอแนวทางการจัดสัดส่วนสินทรัพย์ ที่เหมาะสม เช่น การกระจายการลงทุนในประเทศประมาณ 60% และต่างประเทศอีก 40% เพื่อให้ค่าของเงินและมูลค่ากำลังซื้อในอนาคตไม่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยยังต้องนำเข้าสินค้าหลายประเภทจากต่างประเทศ การลงทุนในต่างประเทศจึงเป็นการชดเชยและรักษากำลังซื้อได้อีกทางหนึ่ง”นายทรงพล กล่าว