Thairath
ผู้บริจาคเฮ! ครม.ไฟเขียวลดหย่อนภาษี 2 เท่า ผู้บริจาคหนุนการศึกษา ถึง ธ.ค. ปี 70
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ข่าวดีผู้เสียภาษี ครม.ไฟเขียวลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สำหรับผู้บริจาคหนุนการศึกษา ผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 68 ถึง 31 ธ.ค. 70
Key facts
- วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษาของชาติอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569
- ข่าวดีผู้เสียภาษี ครม.ไฟเขียวลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สำหรับผู้บริจาคหนุนการศึกษา ผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 68 ถึง 31 ธ.ค. 70
- รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายหลังมาตรการเดิมตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 768 พ.ศ. 2566 สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567
- ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้ครอบคลุมผู้บริจาคทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยบุคคลธรรมดาสามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคประเภทอื่นแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10
Summary
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษาของชาติอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษา โดยให้ผู้บริจาคสามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Donation ของกรมสรรพากร ไปใช้สิทธิหักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายหลังมาตรการเดิมตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 768 พ.ศ. 2566 สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อให้การสนับสนุนการศึกษาของภาคประชาชนและภาคเอกชนเกิดความต่อเนื่อง ไม่สะดุด และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริจาคที่ประสงค์มีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย
อย่างไรก็ตาม ร่างพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยจะมีการเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้บริจาคสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด