iLaw
เครือข่ายสิทธิฯ ยื่น กมธ.กฎหมายฯ กรณีการประกันตัว “เอกชัย” ออกมารักษาตัว หวั่นซ้ำรอย “อากง-บุ้ง”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
17 มิถุนายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นักกิจกรรมและเครือข่ายสิทธิมนุษยชน นำโดย แหวน-ณัฏฐธิดา มีวังปลา ตัวแทนกลุ่มเรียกร้องสิทธิผู้ต้องขังเจ็บป่วยในเรือนจำ พร้อมด้วยนัสรี พุ่มเกื้อ ตัวแทนกลุ่ม Thumb Rights และนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ทางกรรมาธิการฯ ช่วยติดตามและตรวจสอบการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและการปล่อยตัวชั่วคราวของเอกชัย หงส์กังวาน
Key facts
- 17 มิถุนายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นักกิจกรรมและเครือข่ายสิทธิมนุษยชน นำโดย แหวน-ณัฏฐธิดา มีวังปลา ตัวแทนกลุ่มเรียกร้องสิทธิผู้ต้องขังเจ็บป่วยในเรือนจำ พร้อมด้วยนัสรี พุ่มเกื้อ ตัวแทนกลุ่ม Thumb Rights และนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ
- ณัฏฐธิดาเปิดเผยถึงรายละเอียดการรักษาพยาบาลที่ล่าช้าว่า เอกชัยถูกขังระหว่างฎีกาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 และได้ทำเรื่องร้องขอตรวจร่างกายตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2568 แต่กว่าจะได้เข้ารับการรักษาจริงๆ คือปลายเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งตรวจพบหลายโรค
- นรเศรษฐ์ชี้แจงในแง่ของข้อกฎหมายว่า การเข้าถึงการรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนทุกคน โดยตามมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ระบุไว้ชัดเจนว่า
- ในตอนท้ายณัฏฐธิดาได้กล่าวเสริมย้ำในประเด็นนี้ว่า อาการตับโต ม้ามโต และต่อมน้ำเหลืองโตของเอกชัยในตอนนี้กำลังซ้ำรอย อากง-อำพล ตั้งนพกุล จำเลยคดีมาตรา 112 ที่อดีตเจ็บป่วยรุนแรงในคุกแต่กลับได้รับการรักษาเพียงแค่การให้น้ำเกลือจนกระทั่งเสียชีวิต
Summary
17 มิถุนายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นักกิจกรรมและเครือข่ายสิทธิมนุษยชน นำโดย แหวน-ณัฏฐธิดา มีวังปลา ตัวแทนกลุ่มเรียกร้องสิทธิผู้ต้องขังเจ็บป่วยในเรือนจำ พร้อมด้วยนัสรี พุ่มเกื้อ ตัวแทนกลุ่ม Thumb Rights และนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ทางกรรมาธิการฯ ช่วยติดตามและตรวจสอบการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและการปล่อยตัวชั่วคราวของเอกชัย หงส์กังวาน
ด้านนัสรีกล่าวว่า จากการเขียนจดหมายติดต่อพูดคุยกับเอกชัย พบข้อมูลว่าเขามีอาการฮีตสโตรกเกิดขึ้นหลายครั้งในเรือนจำ จริงๆ แล้วเอกชัยไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ในคุกตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยยังไม่ดีพอ ทำให้เขาไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งที่สิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีนั้น ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ถูกรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ จึงอยากเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวให้เอกชัยออกมารักษาโรคโดยเร็ว
ณัฏฐธิดาเปิดเผยถึงรายละเอียดการรักษาพยาบาลที่ล่าช้าว่า เอกชัยถูกขังระหว่างฎีกาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 และได้ทำเรื่องร้องขอตรวจร่างกายตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2568 แต่กว่าจะได้เข้ารับการรักษาจริงๆ คือปลายเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งตรวจพบหลายโรค เช่น ตับโต ม้ามโต ต่อมลูกหมากโต และมีภาวะฮีตสโตรก สิ่งที่ต้องการตั้งคำถามคือ ในเมื่อราชทัณฑ์ตรวจเจอสาเหตุแล้วทำไมไม่รักษาต่อ ทั้งที่เราพยายามร้องขอให้นำตัวไปส่งโรงพยาบาลภายนอกที่มีความพร้อมแล้ว จึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรมในวันนี้
นรเศรษฐ์ชี้แจงในแง่ของข้อกฎหมายว่า การเข้าถึงการรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนทุกคน โดยตามมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ระบุไว้ชัดเจนว่า หากผู้ต้องขังมีอาการเจ็บป่วยและได้รับการรักษาในเรือนจำแล้วอาการไม่ทุเลาลง กรมราชทัณฑ์ย่อมมีอำนาจในการส่งตัวผู้ต้องขังออกไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลภายนอกได้ตามสิทธิที่พึงมีตามกฎหมาย เรื่องนี้จึงไม่ใช่การเรียกร้องสิทธิพิเศษให้แก่ใครคนใดคนหนึ่ง