Krungthep Turakij
บ้านมือสองทะลักตลาด กทม.มูลค่าประกาศขายพุ่ง234% จับตาสัญญาณเตือน?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังส่งสัญญาณที่น่าสนใจ เมื่อจำนวนและมูลค่าที่อยู่อาศัย “มือสอง” ที่ประกาศขายทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ พบมูลค่าทรัพย์ประกาศขายพุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่า ภายในปีเดียวคำถามคือ นี่เป็นเพียงการหมุนเวียนทรัพย
Key facts
- รองลงมาคือ ชลบุรี มูลค่าประกาศขาย 70,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.2%ตามมาด้วย นนทบุรี มูลค่า 68,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.1% และสมุทรปราการ มูลค่า 60,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.8% ่ปทุมธานี มูลค่า 32,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23%
- ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 กรุงเทพฯ มีที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขาย 70,495 หน่วย เพิ่มขึ้น 117.9% จากปีก่อนที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มูลค่ารวมของทรัพย์ที่ประกาศขายอยู่ที่ 701,250
- มีมูลค่าประกาศขาย 29,233 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ภูเก็ต 23,960 ล้านบาท แม้จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 20.3% แต่กลับมีมูลค่าลดลง 3.9% ส่วนสุราษฎร์ธานี มูลค่า 12,654 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ข้อมูลนี้สะท้อนว่า
- ซึ่งมีจำนวนประกาศขาย 7,079 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 54.4% มูลค่ารวมอยู่ที่ 12,933 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.2% การเติบโตดังกล่าวสอดคล้องกับการขยายตัวของพื้นที่อุตสาหกรรมและการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
Summary
ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 กรุงเทพฯ มีที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขาย 70,495 หน่วย เพิ่มขึ้น 117.9% จากปีก่อนที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มูลค่ารวมของทรัพย์ที่ประกาศขายอยู่ที่ 701,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 234% ตัวเลขสะท้อนว่า ไม่เพียงจำนวนทรัพย์ที่เข้าสู่ตลาดจะเพิ่มขึ้น แต่ยังมีทรัพย์มูลค่าสูงจำนวนมากถูกนำออกมาประกาศขายพร้อมกัน
รองลงมาคือ ชลบุรี มูลค่าประกาศขาย 70,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.2%ตามมาด้วย นนทบุรี มูลค่า 68,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.1% และสมุทรปราการ มูลค่า 60,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.8% ่ปทุมธานี มูลค่า 32,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23%
อีกจังหวัดที่น่าจับตาคือ “ระยอง” ซึ่งมีจำนวนประกาศขาย 7,079 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 54.4% มูลค่ารวมอยู่ที่ 12,933 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.2% การเติบโตดังกล่าวสอดคล้องกับการขยายตัวของพื้นที่อุตสาหกรรมและการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ยังคงดึงดูดประชากรและเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่พื้นที่