Thansettakij
จับตาความคืบหน้า กมธ. พิจารณานำ “กัญชา” กลับสู่ยาเสพติด 18 มิ.ย. นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จับตาความคืบหน้า กมธ. สาธารณสุข ประชุมพิจารณาศึกษานโยบายกัญชาของกระทรวงสาธารณสุข 18 มิ.ย. นี้ หลังเครือข่ายแพทย์ นักวิชาการฯ ยื่นหนังสือเร่งบรรจุวาระนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด
Key facts
- ความผิดพลาดของนโยบายกัญชาเสรีเมื่อสี่ปีก่อน เป็นเพราะกระทรวงสาธารณสุขไม่ทำตามตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ส. วันที่ 25 มกราคม 2565 ที่กำหนดให้มี พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ก่อนปลดกัญชาเสรี ใช่หรือไม่?
- เหตุใดการทำให้ “สารสกัดกัญชา กัญชง ที่มี THC > 0.2%” สามารถใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ในครั้งนี้ จึงไม่ปลดออกจากประมวลกฎหมายยาเสพติด เหมือนครั้งที่ปลด “พืชกัญชา” เมื่อสี่ปีก่อน? แสดงว่าการปลดให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แม้จะถูกควบคุมด้วยประมวลกฎหมายยาเสพติด สามารถทำได้ ใช่หรือไม่?
- หากพืชกัญชายังถูกควบคุมภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด แล้วใช้กฎกระทรวงสาธารณสุขในลักษณะเดียวกันกับฉบับที่เพิ่งออกนี้ ก็จะสามารถทำให้ใช้พืชกัญชาเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ได้เช่นเดียวกันกับสารสกัดที่มี THC > 0.2% ใช่หรือไม่?
- หากกระทรวงสาธารณสุขยังยืนกรานไม่นำพืชกัญชากลับไปอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด แล้วจึงค่อยปลดให้ใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ด้วยกฎกระทรวงเหมือนกับที่ทำกับสารสกัดที่มี THC > 0.2% เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังคืออะไร?
- ผู้ป่วยด้วยอาการพิษจากกัญชา (cannabis poisoning) ซึ่งได้แก่ อาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง ใจสั่น หัวใจเต้นผิดปกติ ตื่นตระหนก หวาดระแวง อาการกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 3.5 เท่า คือ จากเฉลี่ย 30-40 ราย/เดือน เป็นเฉลี่ย 115 รายต่อเดือน ในหนึ่งปีแรกหลังปลดกัญชาเสรี
- ผู้ป่วยโรคกลุ่มเสพติดกัญชา (cannabis dependence) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 6.5 เท่า คือ จากเฉลี่ยประมาณ 130 ราย/เดือน เป็นกว่า 830 ราย/เดือน สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้ที่ใช้กัญชามากอย่างต่อเนื่องจนเสพติดมากขึ้นเรื่อย ๆ
Summary
ส่งผลให้สารสกัดจากกัญชา กัญชง ที่มีระดับ THC มากกว่า 0.2% ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษ ที่ถูกควบคุมโดยประมวลกฎหมายยาเสพติด สามารถถูกขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย และมีไว้ในครอบครองได้ หากนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ ขณะที่เครือข่ายแพทย์นักวิชาการและภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด ยังเดินหน้าผลักดันให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด อย่างเร่งด่วน
การปลดล็อกกัญชาเสรีโดยไม่มีมาตรการควบคุมที่เพียงพอ ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ โดยมีผู้ป่วยจากพิษกัญชา การเสพติด และโรคจิตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษานโยบายกัญชาของกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 303 อาคารรัฐสภา โดยมีนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ขณะที่เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการฯ มีรศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ ตัวแทนเข้าร่วมประชุม โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้บรรจุวาระเรื่อง การนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอย่างเร่งด่วน