Spring News
อนาคตวงการ Content Creator ไทย มีทั้ง “โอกาส” และ “หลุมดำ”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
อนาคตวงการ Content Creator ไทย หลังก้าวย่างสำคัญ การเกิดขึ้นของสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มีทั้ง “โอกาส” และ “หลุมดำ”
Key facts
- สอดคล้องกับที่สมาคมโฆษณาดิจิทัลประเทศไทย (DAAT) ระบุว่า ปี 2568 เงินโฆษณาดิจิทัลของไทยมีรวมกัน 33,105 ล้านบาท โตขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 5% แม้เศรษฐกิจภาพรวมจะชะลอตัว
- อุตสาหกรรมสื่อในปี 2569 แม้เพิ่งผ่านมาครึ่งปี แต่มีเหตุการณ์มากมายที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในระดับโลกและไทย ทั้งการประกาศแผนลดคนลง 10% ของสื่อสาธารณะเก่าแก่อย่าง BBC ของอังกฤษ หรือการลดพนักงานห้องข่าวลง 5% ของสำนักข่าว AP
- เหตุผลที่ครีเอเตอร์ไทยเกือบครึ่งทำรายได้ไม่ถึง 10,000 บาทต่อปี ขจรระบุว่า เพราะข้อมูลที่อยู่ใน iCreator เป็นการรวบรวมจากคนจำนวนมาก ที่บางส่วนมีงานประจำ แล้วทำอาชีพนี้ในลักษณะ part-time และหากไปดูข้อมูลชุดเดียวกันดี ๆ จะพบว่า มีถึง 2%
- ในวันที่ 27 เม.ย. 2569 เพิ่มยกระดับอุตสาหกรรม และมาตรฐานวิชาชีพ เพราะยังมีปัญหาหลายอย่างที่คนนอกวงการอาจไม่รู้ หรือบางเรื่องที่เคยอยู่ใต้พรม ก็น่าจะถึงเวลาแล้วที่จะจะต้องหยิบขึ้นมาพูดคุยกันอย่างจริงจัง
- สมัยก่อน รายได้ครีเอเตอร์ 90% จะมาจากโฆษณาที่มีแบรนด์จ้าง แต่ปัจจุบันเทรนด์เริ่มเปลี่ยนไป มีวิธีหารายได้ที่หลากหลายขึ้น และแต่ละช่องก็มีวิธีหารายได้ที่แตกต่างกัน เช่น ช่อง Rubsarb ของอิสระ ฮาตะ รายได้หลักมาจากการขายสินค้า ส่วนเพจ Gluta
- คือข้อมูลที่ระบุว่า Solo Creator หรือช่องที่ทำคนเดียว มีเพียง 73.7% เท่านั้น “น้อยกว่าที่เราคิดไว้แต่แรกว่าจะมีสัก 90%”
Summary
อุตสาหกรรมสื่อในปี 2569 แม้เพิ่งผ่านมาครึ่งปี แต่มีเหตุการณ์มากมายที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในระดับโลกและไทย ทั้งการประกาศแผนลดคนลง 10% ของสื่อสาธารณะเก่าแก่อย่าง BBC ของอังกฤษ หรือการลดพนักงานห้องข่าวลง 5% ของสำนักข่าว AP เพื่อมุ่งไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น
เทรนด์การปรับโครงสร้างองค์กรข่าว เพื่อลดค่าใช้จ่ายและปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุค AI ยังเกิดขึ้นกับสำนักข่าวระดับโลกชื่อดังอีกหลายแห่ง ทั้ง Washington Post, CNN, NBC, Business Insider ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
มองกลับมาที่ประเทศไทย ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์กับวิทยุเหลืออยู่ไม่มาก ทีวีดิจิทัลก็ปรับลดคนไปพักใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ขณะที่สำนักข่าวออนไลน์หลายแห่ง หากไม่ลดขนาดองค์กรก็ชะลอการรับคนเพิ่ม