← Back to KHAO

คดีมาตรา 112 ของ ‘แฟนต้า’ กรณีโพสต์ภาพป้ายการชุมนุมและข้อความลงในเฟซบุ๊ก

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

การฟ้องปิดปาก (SLAPPs) กับมาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองการมีส่วนร่วมของสาธารณะ

17 มิถุนายน 2569 ศาลอาญา นัด ‘แฟนต้า’ พ่อค้าในจังหวัดเชียงใหม่ ฟังคำพิพากษา ในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ) มาตรา 14 (3) กรณีโพสต์ภาพป้ายการชุมนุมและข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 พาดพิงถึงกษัตริย์และราชวงศ์จักรี คดีนี้มีอัศวิณีย์ หวานจริง อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นผู้กล่าวโทษ ต่อมาวันที่ 3 เมษายน 2567 ‘แฟนต้า’ เข้ารับทราบ

Key facts

Summary

2 ธันวาคม 2567 พนักงานอัยการยื่นฟ้องแฟนต้าสรุปใจความว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนและบุคคลทั่วไปที่ได้พบเห็นเข้าใจว่า รัชกาลที่ 10 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์จอมเผด็จการ อันเป็นการดูหมิ่น กล่าวหา ใส่ความ หรือแสดงความไม่เคารพสักการะรัชกาลที่ 10 โดยมีเจตนาเพื่อให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศและแสดงความอาฆาตมาดร้าย ภายหลังศาลรับฟ้องแฟนต้าได้รับการประกันตัว แต่มีเงื่อนไขให้ติดกำไล EM ถูกยึดหนังสือเดินทางและสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นได้รับอนุญาตจากศาล

ไม่นานหลังจากนั้นทีมงานจาก FreedomBridge เดินมานั่งข้าง ‘แฟนต้า’ และสอบถามข้อมูลเบื้องต้นอย่างเช่น ญาติใกล้ชิด แนวทางการประกันตัว สัมภาระ แม้กระทั่งอาหารที่ชอบ ภายในห้องพิจารณาคดีมีผู้เดินทางเข้ามาสังเกตการณ์มีจำนวนไม่น้อยกว่า 8 คน

เวลา 09:43 น. ผู้พิพากษาเข้าสู่ห้องพิจารณาคดีและให้ ‘แฟนต้า’ ยืนพร้อมกับอ่านคำพิพากษาทันทีสรุปใจความจากศาลอ่านได้ว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 (3) การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ วางโทษจำคุก 3 ปี แฟนต้าให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน

Read full article at iLaw →