The Standard
จับอดีตปลัด-อส. เชียงราย เอี่ยวแก๊งสวมทะเบียนคนต่างชาติ เอื้อทุนเทาจีน-เมียนมา จ่าย 1 แสนแลกบัตรคนไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (18 มิถุนายน) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5, กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และสถานีตำรวจภูธรเวียงแก่น สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดปฏิบัติการ กวาดล้างทะเบียน G เทา
Key facts
- วันนี้ (18 มิถุนายน) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5,
- พล.ต.อ. สำราญ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจความมั่นคงเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 และตรวจพบชายต่างชาติลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยตรวจค้นพบเงินสดจำนวน 140,000
- พร้อมกันนี้ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 6 จุด ได้แก่ บ้านพักและบ้านพักภรรยาของอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น ในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอเมืองเชียงราย, บ้านพักของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน 2 จุด,
- นอกจากนี้ จากการสอบปากคำผู้สวมบัตรบางรายระบุว่า ภายในกลุ่มลับของชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าสามารถจัดทำบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ขึ้นต้นด้วยเลข 0 ได้
Summary
จากแนวทางการสืบสวนเชิงลึกพบว่า บุคคลต่างชาติที่เข้ามาสวมสิทธิ์มีหลากหลายสัญชาติ ทั้งจีน เมียนมา ลาว และเวียดนาม ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีความเกี่ยวพันกับกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือเครือข่ายยาเสพติด โดยเมื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้รับบัตรประจำตัวดังกล่าวไปแล้ว จะสามารถใช้ชีวิตและได้รับสิทธิ์ต่างๆ เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ทั้งการเดินทาง การเปิดบัญชีธนาคาร การทำธุรกรรมทางการเงิน และอาจนำไปสู่การขอสัญชาติไทยโดยมิชอบในอนาคต
ในปฏิบัติการครั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำความผิดรวมทั้งสิ้น 27 หมายจับ มีผู้ต้องหาจำนวน 22 ราย ซึ่งประกอบด้วยอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น 1 ราย, สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) 2 ราย และบุคคลผู้สวมรายการอีก 19 ราย
พร้อมกันนี้ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 6 จุด ได้แก่ บ้านพักและบ้านพักภรรยาของอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น ในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอเมืองเชียงราย, บ้านพักของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน 2 จุด, บ้านพักของบุคคลผู้สวมรายการในอำเภอดอยหลวง และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเวียงแก่น