Bloomberg · The Standard
เปิดฉาก Fed ยุคใหม่ใต้บังเหียน ‘เควิน วอร์ช’ มีมติคงดอกเบี้ยเอกฉันท์ที่ 3.50%-3.75% พร้อมส่องจุดเปลี่ยนนโยบาย ‘เลิกสื่อสารชี้นำตลาด-สั่งผ่าตัด Fed ครั้งใหญ่’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
ส่องจุดเปลี่ยนใหญ่ Fed ภายใต้บังเหียน ‘เควิน วอร์ช’ เปิดศักราชการประชุม FOMC นัดแรกด้วยมติเอกฉันท์ ‘คงอัตราดอกเบี้ย’ พร้อมประกาศเริ่มดำเนินการทบทวนนโยบายครั้งใหญ่ รวมไปถึงแนวทางการสื่อสารต่อสาธารณชนของธนาคารกลาง ที่ประหยัดถ้อยคำและเลิกสื่อสารชี้นำตลาด
Key facts
- ในด้านเศรษฐกิจ Fed ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2026 ลงเหลือ 2.2% จาก 2.4% ที่คาดไว้ก่อนหน้า ขณะที่คาดการณ์อัตราว่างงาน ณ สิ้นปี 2026 ลดลงเล็กน้อยเหลือ 4.3% จากเดิม 4.4%
- การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 5 ด้านกำลัง ‘เริ่มต้นขึ้น’
- พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงเล็กน้อย’ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนพอสมควร
- หลังตลาดรับรู้ผลการประชุม FOMC ที่แม้ว่า คณะกรรมการจะมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามคาด ทว่า คาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED หรือ Dot Plot ใหม่ กลับสะท้อนว่า FED อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้บ้างในปี
- ส่งผลให้ เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นเร็ว แรง สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กดดันให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวลดลงเข้าใกล้โซน 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสร้างแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทพอควร
- ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 4.50% อีกครั้ง ก่อนย่อตัวลงบ้างสู่ระดับ 4.47% หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ตาม Dot Plot ล่าสุด ที่สะท้อนความเสี่ยงว่า FED
Summary
Fed ให้ความสำคัญกับ ‘ผลิตภาพ’ แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของวอร์ช
เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งเข้ารับตำแหน่งประธาน Fed เมื่อเดือนที่แล้ว ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในทันทีด้วยการผลักดันให้เกิดมติเป็นเอกฉันท์ โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50%-3.75%
Fed ยังได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจครั้งใหม่เมื่อเทียบกับที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3.6% จากเดิม 2.7% ขณะเดียวกัน คาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) สำหรับปี 2026 ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่ผันผวน ถูกปรับขึ้นเป็น 3.3% จากเดิม 2.7%