Matichon
อนุชา เผย พบพิรุธโครงการ กทม. 93% จากยอด 5 หมื่นล้าน จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง มีบริษัทได้ซ้ำ 500 งาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
อนุชา เผย พบพิรุธโครงการ กทม. 93% มูลค่า 5 หมื่นล้าน จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง มีบริษัทได้ซ้ำ 500 งาน
Key facts
- ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ซึ่งพบพิรุธว่าโครงการกว่า 93% จากมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบ “เฉพาะเจาะจง”
- เมื่อวันที่ 18 ม.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียง ตั้งแต่เวลา 06.30 น. เริ่มที่ตลาดเอซี สายไหม
- นายอนุชา กล่าวด้วยว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ด้วยการกาบัตร 2 ใบ เลือกผู้ว่าฯ กทม. บัตรสีเขียว “อนุชา เบอร์ 5”
- พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำถึงการยกระดับระบบสาธารณสุขให้ครอบคลุม ด้วยการเพิ่มบทบาทของศูนย์บริการสาธารณสุขและสร้างความร่วมมือกับคลินิกในพื้นที่ รวมถึงการใช้ระบบเทเลเมดิซีน และเทคโนโลยีเอไอ
Summary
นายอนุชา กล่าวถึงปัญหาที่ได้รับฟังจากชาวบ้านในโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอกว่า เรื่องการคมนาคมขนส่ง ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เนื่องจากประชาชนยังเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก รถประจำทางมีน้อย และรอนานเป็นชั่วโมง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งนักเรียน ผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล และคนวัยทำงาน ตนจึงมีแนวคิดเร่งดำเนินการระบบรถฟีดเดอร์ เพื่อเชื่อมต่อตรอกซอกซอยเข้าสู่ระบบขนส่งสายหลัก โดยใช้รถขนาดเล็กหรือมินิบัส เข้ามาดูแลภายใต้การกำกับของ กทม. เพื่อให้กำหนดเส้นทางได้ตามความต้องการของชุมชน
เมื่อวันที่ 18 ม.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียง ตั้งแต่เวลา 06.30 น. เริ่มที่ตลาดเอซี สายไหม โดยมี นายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตสายไหม เบอร์ 3 นำลงพื้นที่ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น จากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังตลาดฝั่งโขง เขตดอนเมือง เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนร่วมกับ นายไกรศักดิ์
พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำถึงการยกระดับระบบสาธารณสุขให้ครอบคลุม ด้วยการเพิ่มบทบาทของศูนย์บริการสาธารณสุขและสร้างความร่วมมือกับคลินิกในพื้นที่ รวมถึงการใช้ระบบเทเลเมดิซีน และเทคโนโลยีเอไอ เข้ามาสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น