BeInCrypto Thailand
ดัชนี PMI ของ S&P Global สหรัฐฯ คาดการณ์ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
S&P Global จะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMIs) แบบ Flash ของสหรัฐอเมริกา (US) สำหรับเดือนกรกฎาคมในวันศุกร์ โดยแบบสำรวจเหล่านี้ซึ่งสอบถามความเห็นจากผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชน ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญเบื้องต้นของสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ
Key facts
- PMIs แบบ Flash ของ S&P Global เดือนมิถุนายนจะเผยแพร่เมื่อไร และอาจส่งผลต่อ EUR/USD อย่างไร?
- ผู้เข้าร่วมตลาดคาดการณ์ว่า S&P Global Services PMI จะลดลงเล็กน้อยเหลือ 51.0 จาก 51.2 ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ S&P Global Manufacturing PMI คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นที่ 54.5 จาก 53.9 โดยทั้งสองค่าดัชนียังคงอยู่ในช่วงการขยายตัวเหนือระดับ 50
- ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเสี่ยงถูกประเมินต่ำไปในสัญญาณ PMI ต้นเดือนกรกฎาคม
- S&P Global จะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMIs) แบบ Flash ของสหรัฐอเมริกา (US) สำหรับเดือนกรกฎาคมในวันศุกร์ โดยแบบสำรวจเหล่านี้ซึ่งสอบถามความเห็นจากผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชน ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญเบื้องต้นของสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ
- เราคาดหวังอะไรได้บ้างจากรายงาน PMI ครั้งถัดไปของ S&P Global?
- ในการคาดการณ์ข้อมูล PMI นักวิเคราะห์จาก TD Securities กล่าวว่า “เราคาดว่า S&P Manufacturing และ Services PMI ทั้งสองจะปรับตัวดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม ภาคการผลิตมีแนวโน้มจะฟื้นกลับไปที่ 54.5
Summary
ผู้เข้าร่วมตลาดคาดการณ์ว่า S&P Global Services PMI จะลดลงเล็กน้อยเหลือ 51.0 จาก 51.2 ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ S&P Global Manufacturing PMI คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นที่ 54.5 จาก 53.9 โดยทั้งสองค่าดัชนียังคงอยู่ในช่วงการขยายตัวเหนือระดับ 50 นอกจากนี้ ภายในแบบสำรวจ PMI ยังมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการจ้างงานและเงินเฟ้อของต้นทุน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลต่อมูลค่าของดอลลาร์สหรัฐ (USD)
แม้ว่าการสำรวจ PMI จะถูกคาดการณ์ว่าจะยืนยันว่าสภาพธุรกิจในภาคเอกชนยังแข็งแกร่ง แต่รายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนปัจจัยการผลิตอาจสร้างความผันผวนให้ตลาดได้ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐในเดือนมิถุนายนจะออกมาต่ำกว่าคาดการณ์และช่วยลดความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในเดือนกรกฎาคม แต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ทำให้นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการคงนโยบายดอกเบี้ยไว้อีกต่อไป
โดยขณะนี้ สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เพิ่มระดับความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ปรับขึ้นเกือบ 30% ในเดือนกรกฎาคม ในขณะเดียวกัน เครื่องมือ CME FedWatch แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังคาดการณ์โอกาสกว่า 80% ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 25 จุดพื้นฐาน (bps) ภายในเดือนกันยายน