Krungthep Turakij
FAO ชี้คนไทย 17% เข้าไม่ถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แนะลดต้นทุน‘ขนส่ง-ห่วงโซ่อุปทาน’ต้นเหตุดันราคาพุ่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของทุกคน ดังนั้น หากราคาอาหารแพงขึ้น ก็เท่ากับว่าประชากรกำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงด้านอาหาร เพราะไม่สามารถเข้าถึงปัจจัยยังชีพดังกล่าวได้ แม้จะมีอาหารวางขายอยู่เต็มชั้นในร้านจำหน่ายก็ตาม
Key facts
- สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (เงินเฟ้อ) เดือน ก.ค. 2569 เท่ากับ 102.10 เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 1.95% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. 2568 (YoY)
- ทั่วโลกมีประชากรประมาณ 35 ล้านคนที่กำลังเผชิญกับความหิวโหย ซึ่งลดลงครึ่งหนึ่งจาก 70 ล้านคนในปี 2553 และสัดส่วนของผู้หิวโหยจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลงอยู่ที่ 5% จาก 11% ในช่วงเวลาเดียวกัน”
- ในปี 2568 อินโดนีเซียจัดสรรงบประมาณประมาณ 8.8 พันล้านดอลลาร์สำหรับความมั่นคงทางอาหาร และในปี 2569 เพิ่มการจัดสรรเป็นเกือบ 12 พันล้านดอลลาร์ ส่วนเวียดนามบรรลุเป้าหมายความมั่นคงทางอาหารระดับชาติควบคู่กับการก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่
- รายงานระบุว่า ในปี 2568 อัตราความหิวโหยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลงเหลือ 5.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่ 5.9% ในปี 2563
- FAO ชี้คนไทย 17–18% ซื้ออาหารที่ดีไม่ได้
- นายมักซีโม โตเรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เปิดเผยถึงรายงานสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการโลกล่าสุด ซึ่งระบุว่าสำหรับประเทศไทยมีสัดส่วน 17–18%
Summary
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (เงินเฟ้อ) เดือน ก.ค. 2569 เท่ากับ 102.10 เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 1.95% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. 2568 (YoY) มีปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเครื่องประกอบอาหารบางชนิดทยอยปรับราคาสูงขึ้น ประกอบกับราคาผักสดปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งมีฐานราคาอยู่ในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño)
นายมักซีโม โตเรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เปิดเผยถึงรายงานสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการโลกล่าสุด ซึ่งระบุว่าสำหรับประเทศไทยมีสัดส่วน 17–18% ของประชากรที่ไม่สามารถซื้ออาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ ขณะที่ในเวียดนามและมาเลเซีย ประเด็นการเข้าถึงอาหารที่มีคุณประโยชน์ไม่ใช่ความท้าทายอีกต่อไป เพราะสัดส่วนการเข้าไม่ถึงอาหารที่ดีมีเพียง 7% สำหรับเวียดนาม และ 1.4% สำหรับมาเลเซียเท่านั้น