Brand Inside
ความหวังเศรษฐกิจใหม่ของไทย อยู่ที่ Gen X และ Gen Z Ipsos บอก แบรนด์ควรเจาะ 2 กลุ่มนี้ เพราะมีกำลังซื้อสูงถึง 7.6 ล้านล้านบาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สังคมสูงวัย เด็กเกิดใหม่น้อย งั้นอนาคตประเทศไทย ใครจะเป็นกำลังหลัก?
Key facts
- หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงวัยมากขึ้น สวนทางกับเด็กเกิดใหม่ที่น้อยลงจนเป็นวิกฤติ ซึ่ง ‘Ipsos’ บริษัทวิจัยทางการตลาดระดับโลก เผยว่า ภายในปี 2050 ราว 1 ใน 3 ของประชากรประเทศจะมีอายุมากกว่า 60 ปี
- Gen X กำลังซื้อ 5 ล้านล้าน เครื่องยนต์หลักปัจจุบัน แต่ส่วนมากไม่มั่นใจในการเงินของตนเอง
- Gen Z กำลังซื้อ 2.6 ล้านล้าน เครื่องยนต์ใหม่แห่งอนาคต ยินดีจ่ายเพื่อคุณภาพ แต่ต้องเก็บออมด้วย
- ในส่วนของ Gen Z (1997 – 2012) พวกเขามีกำลังซื้อรวมกันมากถึง 2.6 ล้านล้านบาท และจำนวนไม่น้อยเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้ว
- มาเริ่มที่ Gen X (1965-1980) ซึ่ง Ipsos มองว่า นี่คือเจเนอเรชันที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศ แถมยังตีเป็นมูลค่ากำลังซื้อถึง 5 ล้านล้านบาท แต่ก็พบความย้อนแย้งภายในตัวอยู่ไม่น้อย
- สรุปแล้ว กำลังซื้อของ Gen X และ Gen Z นั้นมีมูลค่ารวมกันมากถึง 7.6 ล้านล้านบาท ซึ่งแม้พวกเขาจะมีมุมมองต่อการเงินที่ต่างกัน แต่ Ipsos เชื่อว่า แบรนด์ในประเทศก็ควรทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งสองวัยนี้ไว้
Summary
ที่สำคัญ 68% ของ Gen X ยังเน้นถือเงินสดมากกว่าเอาเงินไปลงทุนด้วย ซึ่งสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในการเงินของตนเองเลย และราว 54% มีความมั่นใจต่ำลงว่า จะสามารถนำเงินไปลงทุน รวมถึงลงเงินให้กับแผนการเกษียณหรือการศึกษาลูกๆ ในอนาคตได้
หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงวัยมากขึ้น สวนทางกับเด็กเกิดใหม่ที่น้อยลงจนเป็นวิกฤติ ซึ่ง ‘Ipsos’ บริษัทวิจัยทางการตลาดระดับโลก เผยว่า ภายในปี 2050 ราว 1 ใน 3 ของประชากรประเทศจะมีอายุมากกว่า 60 ปี ขณะที่อัตราการมีลูกยังลดลงอย่างต่อเนื่องในอัตรา 5% จาก 5 ปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่าประชากรวัยทำงานส่วนใหญ่อย่าง Gen X และ Gen Y ยังคิดเป็นกว่า 46% ของประชากรไทยทั้งหมด แต่เมื่อพิจารณาตามกำลังซื้อแล้ว Ipsos เผยว่า ความหวังของเศรษฐกิจไทยทุกวันนี้คือ Gen Z กับ Gen X ต่างหาก ซึ่งเป็นเพราะอะไร? มาดูกัน