Nation TV
พิษนโยบายห้ามพกปืน! เจ้าหน้าที่รัฐ "กลุ่มเสี่ยง" โอดครวญ กระทบสุจริตชน "ป้องกันตัวไม่ได้" ไม่มีใคร "กล้าเตือน"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พิษนโยบายห้ามพกปืน! เจ้าหน้าที่รัฐ "กลุ่มเสี่ยง" โอดครวญ กระทบสุจริตชน "ป้องกันตัวไม่ได้" กระซิบ "นายกฯ" พูดสับสน แต่ไม่มีใคร "กล้าเตือน" ปมแก้ใบ ป.4 ทุก 3 ปี ไม่ช่วยแก้ปัญหาปืนล้นประเทศ
Key facts
- 14 สิงหาคม 2569 มาตรการสุดเข้มงวดเกี่ยวกับ “อาวุธปืน”
- มาตรการนี้จึงเทียบเคียงกับการเปลี่ยนผ่านใบขับขี่ตลอดชีพมาเป็นแบบมีอายุ 5 ปี ที่ไม่สามารถยกเลิกสิทธิเดิมของผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพได้ การแก้ไขกฎหมายลักษณะนี้จึงไม่สามารถแก้ปัญหาปืนตกค้างตามบ้านเรือนกว่า 6.7 ล้านกระบอกได้
- มาตรการดังกล่าวเป็นการต่อเวลาการห้ามพกพาต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่มีใบอนุญาตพกพาเดิม เนื่องจากใบอนุญาตชนิดนี้มีอายุเพียง 1 ปี เมื่อรัฐบาลไม่อนุญาตให้ต่ออายุ
- กรณีมีกระแสข่าวการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เพื่อกำหนดให้อายุใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน (ป.4) จากเดิมที่ไม่มีกำหนดอายุ ให้มีอายุคราวละ 3 ปี แหล่งข่าวซึ่งเป็นทีมกฎหมายและข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม ให้ความเห็นว่า
Summary
โดยหวังจะให้เป็นมาตรการเด็ดขาดพุ่งเป้าไปที่บรรดาอาชญากรหรือผู้ก่อเหตุคลุ้มคลั่ง เพื่อปิดโอกาสไม่ให้สามารถก่อเหตุซ้ำได้อีกนั้น ปรากฏว่ามาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบสะท้อนกลับมายังรัฐบาลและตัวนายกรัฐมนตรีเสียเอง
14 สิงหาคม 2569 มาตรการสุดเข้มงวดเกี่ยวกับ “อาวุธปืน” ตามที่ นายก รัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศใช้อย่างต่อเนื่อง
กลุ่มที่ได้รับการยกเว้นมีเพียงเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่และต้องพกพาขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เช่น ตำรวจชุดสืบหารปราบปราม ทว่าในทางปฏิบัติกลับสร้างความไม่ชัดเจน เช่น กรณีตำรวจนอกเวลาราชการหรือเดินทางกลับบ้าน ซึ่งบางรายใช้ปืนสวัสดิการส่วนตัวเนื่องจากปืนหลวงไม่เพียงพอ หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทางและต้องเข้าระงับเหตุตามหลักกฎหมายที่กำหนดให้ความเป็นตำรวจอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง นโยบายนี้จึงสร้างความสับสน