Thansettakij
เวิลด์แบงก์ชี้ AI คือโอกาสประเทศกำลังพัฒนา ไทยติดห่วงโซ่ฮาร์ดแวร์โลก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ธนาคารโลก ชี้ AI เปิดโอกาสประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มผลิตภาพ ยกระดับแรงงานและบริการสาธารณะ ไทยมีจุดแข็งจากการติดกลุ่มผู้ส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI และเป็นหนึ่งในจุดหมายลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์สำคัญ แต่ต้องเร่งต่อยอดจากฐานฮาร์ดแวร์ไปสู่ซอฟต์แวร์ ข้อมูลภาษาไทย และการประยุกต์ใช้จริงในภาคธุรกิจและภาครัฐ
Key facts
- งานเสี่ยงถูกแทน 4.5% แต่ 16.2% ได้ AI ช่วยเสริม
- ไทยติดกลุ่ม Top 10 เงินลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์
- ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่ามูลค่าเศรษฐกิจของหลายประเทศ โดยกราฟในรายงานเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไทยปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5.77 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18.75 ล้านล้านบาท) เท่ากับว่างบลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีเพียง 5 แห่ง
- รายงานระบุว่า สินค้าที่เอื้อต่อการพัฒนา AI มีสัดส่วนในการค้าโลกเพิ่มขึ้นจากประมาณ 13% ในปี 2566 เป็นเกือบ 17% ในช่วงสิ้นปี 2568 ตามการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สำหรับศูนย์ข้อมูล
- ธนาคารโลก เผยแพร่รายงาน World Development Report 2026: The Promise of Artificial Intelligence ประเมินผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ต่อประชากรราว 6.8 พันล้านคนในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง โดยระบุว่า AI
- ผลกระทบต่อตลาดแรงงานในประเทศกำลังพัฒนาอาจแตกต่างจากประเทศร่ำรวย รายงานประเมินว่า งานในประเทศรายได้ต่ำและปานกลางประมาณ 4.5% มีลักษณะที่ Generative AI สามารถทำงานแทนได้ เทียบกับ 14.2% ในประเทศรายได้สูง
Summary
ธนาคารโลก ชี้ว่า AI เป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนาในการก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ แต่ต้องอาศัยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทักษะแรงงาน และข้อมูลเพื่อรับประโยชน์อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์จาก AI จะไม่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ประเทศที่ขาดระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต ทักษะแรงงาน ฐานข้อมูล และสถาบันกำกับดูแลที่เข้มแข็ง อาจได้รับประโยชน์น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว และเสี่ยงเผชิญช่องว่างผลิตภาพที่กว้างขึ้นกว่าเดิม
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่ามูลค่าเศรษฐกิจของหลายประเทศ โดยกราฟในรายงานเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไทยปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5.77 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18.75 ล้านล้านบาท) เท่ากับว่างบลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีเพียง 5 แห่ง สูงกว่า GDP ของไทยประมาณ 1.34 เท่า