← Back to KHAO

"ยศชนัน" เดินหน้า "Digital Twin Thailand" เปลี่ยนแผนที่สู่แบบจำลองอนาคตด้วยเทคโนโลยี ยก “ญี่ปุ่น“ ใช้ระบบจำลองแก้ปัญหาประมงได้จริง ใช้ข้อมูลยกระดับการแก้ปัญหาประเทศครบ 6 มิติ

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569   ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อหารือแนวทางการบูรณาการและยกระดับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภูมิสารสนเทศของประเทศ โดยมีเป้าหมายในการรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลข้อมูลขั้นสูง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและวางรากฐานสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะ

Key facts

Summary

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานการประชุม เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้เป็นการสร้างรากฐานใหม่ที่จะเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่และยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย โดยโจทย์สำคัญคือการนำข้อมูลสารสนเทศที่ประเทศมีอยู่มหาศาล ซึ่งมักถูกเก็บไว้เฉย ๆ มาเปลี่ยนผ่านไปสู่ความฉลาดในการวิเคราะห์ (Intelligence) เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาได้จริง เป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลคือการยกระดับจากการใช้ “แผนที่ดูประเทศไทย”

สำหรับทิศทางในการขับเคลื่อนต่อจากนี้ จะมุ่งเน้นใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การสร้างรากฐานข้อมูลสารสนเทศครบวงจรร่วมกับระบบ One Map เพื่อรองรับการทำงานของ GeoAI ต่อมาคือการอัปเกรดจากข้อมูลเปิด (Open Geo-Informatics Data) ไปสู่ GeoAI โดยนำ Generative AI เข้ามาช่วยทำความเข้าใจข้อมูลจำนวนมาก และส่วนสุดท้ายคือการมุ่งสู่ Digital Twin Thailand หรือการสร้างฝาแฝดดิจิทัลของประเทศไทยขึ้นมาในโลกคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะรวมข้อมูลพื้นฐาน ผังภูมิสารสนเทศ และโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน

พร้อมกันนี้ ได้ยกตัวอย่างการใช้ระบบ Digital Twin ของประเทศญี่ปุ่น ที่นำข้อมูลประชากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศมาจำลองสถานการณ์ ทำให้ภาครัฐสามารถกำหนดนโยบายประมงได้อย่างแม่นยำ และชาวประมงรู้ว่าควรจับปลาในช่วงเวลาใดหรือใช้อุปกรณ์ขนาดเท่าใดให้พอดีกับสภาพจริง ส่งผลให้ชาวประมงมีรายได้ยั่งยืนและระบบนิเวศไม่ถูกทำลาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลที่แม่นยำจะเปลี่ยนบทบาทของรัฐจากการออกกฎหมายบังคับแบบเหวี่ยงแห ไปสู่การบริหารจัดการที่สมดุล

Read full article at Ban Muang →