Post Today
คำถามที่ไกลกว่า “งบบัตรทอง” ใครวัดความคุ้มค่า “เงินระบบสาธารณสุข” ทั้งประเทศ?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สปสช.ชูไทยใช้เงินสุขภาพ 4.54% ของ GDP แต่ผลลัพธ์ใกล้ประเทศพัฒนาแล้ว รมว.สธ.ชี้ “อาจจะยัง” จี้วัดความคุ้มค่าใหม่ สู่คำถาม ขณะที่ KPI สุขภาพเป็นของคนทั้งประเทศ แล้วใครวัด “ความคุ้มค่า” ของเงินทั้งหมด?
Key facts
- ข้อมูลที่ สปสช.นำเสนอระบุว่า งบประมาณปี 2568 ในส่วนที่นำมาชี้แจงรวม 179,528.72 ล้านบาท โดย 87.63% หรือ 157,314.23 ล้านบาท ถูกจัดสรรไปยังหน่วยบริการสาธารณสุข ส่วนที่เหลือกระจายไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายบริการด้านยา
- ข้อมูลที่นำเสนอระบุว่า ในปี 2023 ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมดต่อหัว 321 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 4.54% ของ GDP ขณะที่อายุค่าเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดอยู่ที่ 77 ปี อัตราตายมารดา 34 ต่อการเกิดมีชีพ 100,000 คน
- ข้อมูลค่าใช้จ่ายปีงบประมาณ 2568 ที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานผู้บริหารแต่ละสิทธิ ระบุค่าใช้จ่ายระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 179,528.72 ล้านบาท ประกันสังคม 74,388.94 ล้านบาท และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการราว 93,800 ล้านบาท เฉพาะ 3
- ก่อนวัดว่าคุ้ม ต้องเห็นก่อนว่า “เงินไปไหน”
- เงินแต่ละก้อน ต้องตอบให้ได้ว่า “ได้อะไรกลับมา”
- งบจำกัด ก่อนขอเพิ่ม ต้องตอบให้ได้ว่าเงินเดิมใช้เต็มประสิทธิภาพหรือยัง
Summary
คำถามนี้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังเกิดข้อถกเถียงเรื่องการจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “งบบัตรทอง” และคำถามว่าเงินส่วนที่ไม่ได้ลงไปยังโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุขราว 6 หมื่นล้านบาทถูกจัดสรรไปที่ใดบ้าง
ข้อมูลที่นำเสนอระบุว่า ในปี 2023 ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมดต่อหัว 321 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 4.54% ของ GDP ขณะที่อายุค่าเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดอยู่ที่ 77 ปี อัตราตายมารดา 34 ต่อการเกิดมีชีพ 100,000 คน เด็กได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีครบ 3 เข็ม 92% ดัชนีความครอบคลุมบริการสุขภาพ (UHC Service Coverage Index) อยู่ที่ 82 และสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องจ่ายจากกระเป๋าตนเองอยู่ที่ 10%
รมว.สาธารณสุขยังเสนออีกมิติหนึ่งว่า ประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งแม้มีค่าใช้จ่ายสุขภาพสูง แต่มีอุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ภายในประเทศ ทำให้เงินส่วนหนึ่งยังหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ไทยยังต้องพึ่งพายา อุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศจำนวนมาก