China · Spring News
ทำไมไทยต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์การค้า-เทคโนโลยี รับยุคใหม่ของ ‘ไทย-จีน’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
โลกการค้าเปลี่ยน จีนปรับทัพ แล้วภาคธุรกิจไทยยืนอยู่ตรงไหน? เจาะลึกบทบาทใหม่ของไทยในจุด 'Sweet Spot' ของห่วงโซ่อุปทานโลก และแนวทางการสร้างโมเดล 'ไทยผนึกกำลังจีนเพื่อรุกตลาดโลก'
Key facts
- ก้าวต่อไปของความสัมพันธ์ทวิภาคีกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ลึกซึ้งและรอบด้านยิ่งขึ้น ภายใต้เป้าหมาย '50 ปีทอง' แห่งมิตรภาพ โดยบทบาทของไทยไม่ใช่เพียงตลาดปลายทาง แต่เป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ที่อยู่ในจุด 'Sweet Spot'
- โจ ฮอร์น พัธโนทัย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Strategy613 จำกัด ได้บรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน (บทจ.) รุ่นที่ 3 หัวข้อ 'ความสัมพันธ์ไทย-จีน กับ ทิศทางการค้าและการลงทุน' ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน
- การจะไปถึงจุดนั้นได้ ภาครัฐและภาคเอกชนของไทยจำเป็นต้องร่วมกันจัดทำ 'ยุทธศาสตร์เชิงรุก' (Thailand’s China Master-Plan) ทำความเข้าใจกลไกเชิงลึกของตลาดจีน ทั้งบทบาทของรัฐวิสาหกิจ (SOEs) นโยบายภาครัฐ
- สะท้อนให้เห็นว่า แม้จีนจะเจอปัจจัยท้าทายภายในจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภค แต่การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อนาคต (Future-Proofing) ของจีนดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
Summary
ท่ามกลางกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ คำถามสำคัญที่ภาคธุรกิจไทยต้องกลับมาคิดอย่างจริงจังคือ เรากำลังมอง 'จีน' ในบริบทเดิม หรือกำลังมองเห็นโอกาสในมิติใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น?
เมื่อโครงสร้างการค้าและการลงทุนทั่วโลกเปลี่ยนทิศทาง จีนไม่ได้เป็นเพียง 'โรงงานโลก' แบบในอดีต แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และพลังงานสะอาดอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกโลกมากกว่า 70% โซลาร์เซลล์ (Solar PV) ที่ครอบคลุมสัดส่วน 74–81% หรือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีส่วนแบ่งเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโลก รวมถึงการรุกหนักในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชิปประมวลผล และหุ่นยนต์ขั้นสูง
สะท้อนให้เห็นว่า แม้จีนจะเจอปัจจัยท้าทายภายในจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภค แต่การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อนาคต (Future-Proofing) ของจีนดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ควบคู่กับการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI)