Post Today
สมาคมค้าปลีก จี้รัฐคุมเข้ม “อีคอมเมิร์ซต่างชาติ” เก็บภาษี-คุมมาตรฐานสินค้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ค้าปลีกไทย จี้รัฐคุมเข้ม “อีคอมเมิร์ซต่างชาติ” ทะลักตลาด ทุบ SME เดี้ยง เสนอรีดภาษีแพลตฟอร์ม-คุมมาตรฐานสินค้าสร้าง Fair Play
Key facts
- ปัจจุบันไทยมี SMEs มากกว่า 3.3 ล้านราย สร้างการจ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 70% ของการจ้างงานภาคเอกชน แต่ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ SMEs ยังต้องรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
- การกำกับและควบคุมมาตรฐานสินค้าออนไลน์ ภาครัฐต้องกำหนดมาตรการควบคุมความปลอดภัยและมาตรฐานของสินค้าที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติอย่างเข้มงวด
- กำหนดความรับผิดชอบด้านภาษีของแพลตฟอร์ม เสนอให้ภาครัฐกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติมีส่วนรับผิดชอบในการจัดเก็บและนำส่งภาษีนำเข้า ของสินค้าออนไลน์ที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มอย่างถูกต้อง โดยแพลตฟอร์มจะต้องสามารถตรวจสอบแหล่งที่มา ของสินค้าเพื่อคำนวณและเรียกเก็บภาษีอย่างเป็นระบบ
- มีสัดส่วนพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 23.5% ในขณะที่ช่องทางออฟไลน์ (Offline) อยู่ที่ 7.5% ซึ่งสถิติระบุว่ายอดขายฝั่งออนไลน์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี
Summary
โดยเฉพาะการเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือน “ดาบสองคม” เพราะในด้านหนึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกและโอกาสทางการค้าให้กับตลาดไทย แต่ในอีกด้านกลับเพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขัน และทำให้ SMEs ไทยต้องเผชิญกับความเสียเปรียบด้านต้นทุนและราคา
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของแพลตฟอร์มออนไลน์และช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ กลายสภาพเป็น “ดาบสองคม” แม้ว่าระบบออนไลน์จะเป็นประโยชน์และช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างมากหากสินค้านั้นเป็นแบรนด์ไทยหรือสินค้าของ SME ไทยเอง
โดยต้องให้มีเกณฑ์การรับรองมาตรฐานสินค้าเช่นเดียวกับที่ร้านค้าทั่วไป หรือร้านค้าในไทยต้องปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและสร้างมาตรฐานการค้าที่เท่าเทียม หากภาครัฐปรับมาตรฐานให้เสมอกัน ผู้ค้าในไทยจะสามารถแข่งขันด้านราคากับสินค้าต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น