Brand Inside
ลางานไป ‘นอน’ ด้วยกันไหม? โรงแรมญี่ปุ่น ผลักดัน Sleep Tourism เสิร์ฟหมอน-ฟูกอย่างดี พร้อมชาให้ดื่ม แถมมีหมอให้คำปรึกษาเรื่อง ปัญหาการนอนหลับด้วย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
‘วันหยุดพักผ่อน’ อาจตีความได้หลายแบบขึ้นอยู่กับมุมมอง เพราะบางคนอาจมองว่า วันหยุดทั้งที ควรออกไปท่องโลก ปีนผา บุกป่าฝ่าดง หรือทำกิจกรรมต่างๆ แต่สำหรับบางคนแล้ว วันหยุดคือโอกาสที่ดีมากในการนอนเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย
Key facts
- ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะ Sleep Tourism มีมูลค่าถึง 20 ล้านล้านบาททั่วโลก
- ในปี 2024 HTF Market Intelligence บริษัทให้คำปรึกษาแห่งหนึ่งพบว่า ตลาดของ Sleep Tourism นั้นมีมูลค่าสูงถึง 23 ล้านล้านบาททั่วโลก และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก 13 ล้านล้านบาทภายในปี 2028
- หลับให้สบายนะ เพราะมีให้ครบหมด ตั้งแต่หมอน ยันคุณหมอที่ปรึกษาด้านการนอนหลับ
- ต้องยอมรับว่า สาเหตุที่ Sleep Tourism เริ่มแพร่ขยายไปทั่วโลกเป็นเพราะ ‘ปัญหาด้านการนอน’ ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เช่น ในสหราชอาณาจักร ก็มีรายงานว่า 74% ของผู้ใหญ่ประสบปัญหานอนไม่ค่อยหลับหรือนอนไม่พอ
- Usui เสริมว่า การที่โรงแรมมีโปรแกรมสำหรับการนอนหลับโดยเฉพาะ ยังช่วยเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อแขก 1 คนด้วย แถมเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ปลีกตนเองจากโลกออนไลน์ และมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น
Summary
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การมีอยู่ของเทคโนโลยีจะเปิดประตูโอกาสใหม่ๆ ให้กับ Sleep Tourism ด้วย เช่น การออกแบบความฝัน และการพัฒนาคุณภาพการนอน ส่งผลให้ในอนาคต โรงแรมต่างๆ อาจต้องหันมาขายจุดแข็งเรื่องการหลับสบายแทน
แน่นอนว่า มีดีมานด์ ก็ต้องมีซัพพลาย เพราะโรงแรมหลายแห่งในญี่ปุ่น เห็นถึงโอกาสทองนี้ จึงจัดโปรแกรม ‘Sleep Tourism’ หรือ ‘การท่องเที่ยวเชิงการนอนหลับ’ ให้กับนักท่องเที่ยวสายซ่อนตาดำ ผ่านการมอบประสบการณ์ที่เน้นการนอนคุณภาพสูง
ในปี 2024 HTF Market Intelligence บริษัทให้คำปรึกษาแห่งหนึ่งพบว่า ตลาดของ Sleep Tourism นั้นมีมูลค่าสูงถึง 23 ล้านล้านบาททั่วโลก และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก 13 ล้านล้านบาทภายในปี 2028