← Back to KHAO

‘ยูเออี’ ระงับการค้ากับอิหร่าน พิษอาจ ‘หนัก’ กว่าสหรัฐแซงก์ชั่น

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิหร่านที่อาจเกิดขึ้น เมื่อ UAE ตัดขาดการค้า

ยังคงไม่เห็นทางออกหรือจุดสิ้นสุดสำหรับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน หลังจากบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่เซ็นกันไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อ “พักรบ” กันชั่วคราว 60 วัน “หมดอายุ” ลงเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ซึ่งอันที่จริงในช่วงก่อนครบ 60 วัน ก็มีการละเมิดเอ็มโอยูกันเป็นว่าเล่น โดยต่างกล่าวหากันว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ละเมิดก่อน

Key facts

Summary

มาร์ก คิมมิตต์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอัลจาซีรา ว่า การที่ยูเออีระงับการค้ากับอิหร่าน อาจส่งผลกระทบ “รุนแรง” ต่ออิหร่านมากกว่ามาตรการที่สหรัฐอเมริกาลงโทษ (แซงก์ชั่น) ไปแล้ว เพราะยูเออีกลายเป็นคู่ค้ารายสำคัญที่สุดของอิหร่านไปแล้วอย่างเงียบ ๆ เหนือกว่าจีนและทูรเคีย ในการป้อนสินค้าต่าง ๆ ให้กับอิหร่าน โดยอิหร่านนำเข้าสินค้าจากยูเออี คิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของสินค้าทั้งหมดที่นำเข้า

เป็นที่ทราบกันดีว่าระหว่างเกิดความขัดแย้งนี้ ประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา กลายเป็นเป้าเล่นงานของอิหร่านอยู่เนือง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกาตาร์ บาห์เรน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่ต่างก็ถูกอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มสร้างความเสียหายนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แต่ทุกประเทศก็ทำได้เพียง “สกัดกั้น” ขีปนาวุธเท่านั้น

สหรัฐอเมริกาขู่หลายครั้งว่าจะโจมตีอิหร่านระลอกใหญ่อีกครั้งถ้ายังไม่ยอมจำนน และยังไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้มีการเดินเรืออย่างเสรีและปลอดภัย แต่แล้วท่ามกลางเสียงลือกระหึ่มว่า “คลังอาวุธ” ของสหรัฐร่อยหรอลงไปมากถึง 80% หลังจากทำสงครามยืดเยื้อกับอิหร่านมานานเกิน 5 เดือน ภาวะเช่นนี้ไม่เป็นผลดีกับศักยภาพทางทหารของสหรัฐ หากมีภัยคุกคามอื่นเข้ามา ดังนั้นสหรัฐจึงประกาศจะหันไปใช้มาตรการกดดันทาง “เศรษฐกิจ” ต่ออิหร่านหนักหน่วงเข้มข้นยิ่งขึ้น

Read full article at Prachachat →