The Standard
ผลสำรวจเผยคนสิงคโปร์เกือบ 1 ใน 4 ไม่คิดมีลูก ชี้ระบบเศรษฐกิจบีบให้ต้องเลือกงาน หรือ ครอบครัว อย่างใดอย่างหนึ่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผลสำรวจล่าสุดของ YouGov ชี้ให้เห็นคำถามที่ยากขึ้นเรื่อยๆ เบื้องหลังอัตราการเกิดที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของสิงคโปร์ นั่นคือจะเกิดอะไรขึ้นหากประชากรจำนวนมากไม่ต้องการมีลูกตั้งแต่แรก
Key facts
- ที่สะท้อนข้อจำกัดของนโยบายภาครัฐชัดเจนยิ่งกว่าคือ ผู้ตอบแบบสำรวจในกลุ่มอายุ 18-44 ปี ถึง 30% ระบุว่าไม่มีสิ่งใดที่รัฐบาลทำได้แล้วจะทำให้พวกเขาเต็มใจมีลูกมากขึ้น
- ลินประเมินว่าเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมรุ่นที่ทำงานต่อเนื่อง เธอตามหลังอยู่ราว 30-40% ทั้งในแง่เงินเดือนและความก้าวหน้าในอาชีพ พร้อมระบุว่าควรมีการสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ นำนโยบายที่เอื้อต่อครอบครัวมาใช้
- ผลสำรวจล่าสุดของ YouGov ชี้ให้เห็นคำถามที่ยากขึ้นเรื่อยๆ เบื้องหลังอัตราการเกิดที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของสิงคโปร์ นั่นคือจะเกิดอะไรขึ้นหากประชากรจำนวนมากไม่ต้องการมีลูกตั้งแต่แรก
- ระบบเศรษฐกิจทำให้การทำงานกับการมีครอบครัวเลือกได้อย่างเดียว
- อัตราการเจริญพันธุ์รวมของผู้มีถิ่นพำนักในสิงคโปร์ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.87 ในปี 2025 แม้รัฐจะสนับสนุนมาหลายปีเพื่อให้การเลี้ยงลูกมีภาระค่าใช้จ่ายที่แบกรับไหวและจัดการง่ายขึ้น
- นอกจากนี้ เมื่อเดือนเมษายน สิงคโปร์ยังขยายสิทธิลาเลี้ยงดูบุตรแบบแบ่งกันระหว่างพ่อแม่จาก 6 สัปดาห์เป็น 10 สัปดาห์ ทำให้วันลาที่รัฐจ่ายค่าจ้างรวมเพิ่มเป็น 30 สัปดาห์สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
Summary
ระบบเศรษฐกิจทำให้การทำงานกับการมีครอบครัวเลือกได้อย่างเดียว
จากการสำรวจชาวสิงคโปร์อายุ 18-44 ปี จำนวน 496 คนเมื่อเดือนกรกฎาคม พบว่า 23% ระบุว่าปัจจุบันไม่มีลูกและไม่มีแผนจะมีในอนาคต ซึ่งใกล้เคียงกับผลสำรวจของ YouGov เมื่อปี 2023 ที่พบสัดส่วน 25% จากผู้ตอบ 1,023 คนในกลุ่มอายุ 18-55 ปี
ซาฮีร์เสริมว่าการหันไปทำงานประจำที่มีรายได้มั่นคงก็อาจหมายถึงการยอมสูญเสียสมดุลชีวิตกับการทำงานไปด้วย โดยเขามองว่านอกจากเรื่องเงินแล้ว เวลาคือสิ่งที่สิงคโปร์ยังคืนให้พลเมืองได้ไม่มากพอ เพราะหากต้องการนอนหลับให้เพียงพอ วันหนึ่งก็แทบจะจบลงภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเลิกงาน