Matichon
วิโรจน์ มองน้ำท่วมรอบนี้ พิสูจน์ชัด แก้เส้นเลือดฝอยไม่พอ ถึงเวลากทม.ต้องลงทุน ระบบระบายน้ำขนาดใหญ่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง [ น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ควรจบที่การหาคนผิด แต่ถึงเวลาที่ กทม. ต้องลงทุนขนาดใหญ่เพื่อเพิ่ม Capacity ของระบบระบายน้ำของเมือง ] โดยมีเนื้อหาดังนี้
Key facts
- เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง [ น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ควรจบที่การหาคนผิด แต่ถึงเวลาที่ กทม. ต้องลงทุนขนาดใหญ่เพื่อเพิ่ม Capacity
- ในแต่ละปี สำนักการระบายน้ำ กทม. ได้รับงบประมาณประมาณ 9,000–10,000 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ 2570 อยู่ที่ราว 9,500 ล้านบาท แต่เงินก้อนนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับลงทุนโครงการใหม่ทั้งหมด เพราะต้องใช้ดูแลระบบระบายน้ำทั้งระบบที่มีอยู่เดิม ทั้งค่าเดินระบบ
- ปัจจุบัน กทม. ตั้งเป้าการระบายน้ำในปี 2570 เอาไว้ว่า หากฝนตกน้อยกว่า 80 มม./ชม. จะต้องระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง ถ้าอยู่ในระดับ 80-100 มม./ชม. ต้องระบายให้ได้ภายใน 2 ชั่วโมง และหากเกิน 100 มม./ชม.
- ต่อให้ลอกท่อระบายน้ำได้สะอาด 100% แต่ถ้าคลองที่รับน้ำจากท่อเต็ม หรือท่อระบายน้ำที่มีอยู่มีขนาดเล็กเกินไป น้ำในท่อก็ไปต่อไม่ได้ ต่อให้ขุดลอกคลองจนโล่ง แต่ถ้าบางช่วงไม่มีเขื่อนตลอดแนวคลอง ก็ไม่สามารถเร่งระบายน้ำผ่านคลองได้อย่างเต็มศักยภาพ
- ซึ่งเป็นบริษัทที่ กทม. ถือหุ้นอยู่ 99.98%
- นอกจากนี้ต้นทุนค่าก่อสร้าง ก็แพงขึ้นอยู่ทุกปีโดยเฉลี่ยประมาณ 4-5% ต่อปี สร้างปีหน้าก็ต้องจ่ายแพงกว่าสร้างปีนี้ ถ้าจะชะลอการก่อสร้างไปอีก 2 ปี ค่าก่อสร้างก็จะแพงขึ้นอีก ถ้าค่อยๆ สร้างไปแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ
Summary
ลองนึกภาพว่าน้ำจากถนนต้องไหลลงท่อ จากท่อลงคลองย่อย จากคลองย่อยลงคลองหลัก จากนั้นจึงถูกส่งไปยังสถานีสูบน้ำหรืออุโมงค์ระบายน้ำ ก่อนจะถูกผลักออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าระบบเหล่านี้จุดใดจุดหนึ่งติดขัด หรือมีขีดความสามารถที่จำกัด ก็จะทำให้การระบายน้ำทั้งระบบช้าลงทันที
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ผมไม่คิดว่าเราควรเริ่มต้นด้วยการหาใครผิดครับ ในทางตรงกันข้าม ผมอยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งสำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และผู้ปฏิบัติงานหน้างาน เพราะภายใต้ข้อจำกัดของระบบระบายน้ำที่ กทม. มีอยู่ การประคองสถานการณ์ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ
ผมไม่ได้บอกว่าการบริหารสถานการณ์น้ำท่วมที่เป็นอยู่ของ กทม. ดีจนไม่มีข้อบกพร่องเลย ใช่ครับ ยังมีอยู่หลายจุดที่ กทม. ยังไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างสมบูรณ์ เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับทุกระบบ แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากกว่า ก็คือ ทุกวันนี้ขีดความสามารถ (Capacity) ของระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ เรามี Operating Margin หรือกำลังสำรองเหลืออยู่น้อยเกินไป พอต้องประสบกับสถานการณ์ที่ไม่รุนแรงกว่าค่าเฉลี่ย หรือรุนแรงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ระบบระบายน้ำของเราก็อยู่ในสภาวะที่ “ตึง”