Post Today
เปิดแผล "การบินไทย" แฉเอาต์ซอร์สทิ้งงาน ปล่อยผู้โดยสารรับกรรม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วิกฤตกระเป๋าตกค้างที่สุวรรณภูมิไม่ได้จบแค่ปัญหา “พนักงานมาไม่ทัน–รถลำเลียงมีปัญหา” เมื่อมีข้อสังเกตถึงโครงสร้างการจ้างงานภาคพื้น สัญญาระยะยาว และเงื่อนไขบทลงโทษ ขณะที่มีข้อกล่าวอ้างถึงความเชื่อมโยงของบริษัทรับช่วงบางรายกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบินไทย ซึ่งยังต้องตรวจสอบจากเอกสารและคำชี้แจงของทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน
Key facts
- ทางออกที่ AOT เสนอคือผู้ให้บริการรายที่ 3 คือ AOTGA ซึ่ง ครม. เพิ่งอนุมัติเมื่อ 9 กันยายน เป็นสองสัญญา (ภาคพื้นและคลังสินค้า) อายุ 25 ปี มูลค่ารวมราว 6.7 หมื่นล้านบาท และกำลังจะลงนาม
- นายกรณ์ จาติกวณิช โพสต์บนสื่อโซเชียล ระบุว่า น้ำท่วมไม่ใช่ต้นเหตุ มันแค่เปิดให้เห็นปัญหาที่มีมานาน ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้โดยสารที่สนามบินมสุวรรณภูมิต้องยืนรอกระเป๋า 5 - 6 ชั่วโมง
- เมื่อ AOT เป็นทั้งผู้ให้สัมปทาน คู่สัญญา และผู้ถือหุ้น 49% ใน AOTGA ใครจะเป็นคนลงโทษถ้ารายใหม่บริการไม่ดี ?
- AOT เปิดเผยว่า สัญญาภาคพื้นของการบินไทยทำไว้ราว 20 ปีก่อน อายุ 35 ปี ไปจนถึงประมาณปี 2578 และไม่มีเงื่อนไขค่าปรับหรือบทลงโทษกรณีบริการล่าช้าเลย
Summary
จึงเกิดคำถามสำคัญว่า เมื่อค่าตอบแทนจากสายการบินอื่นสูงกว่า บริษัทรับช่วงบางรายได้โยกกำลังคนออกจากงานของการบินไทยไปให้บริการสายการบินอื่นหรือไม่ และหากเกิดขึ้นจริง เหตุใดการบินไทยจึงไม่มีมาตรการหรือเงื่อนไขในสัญญาที่สามารถรักษากำลังคนในสถานการณ์ฉุกเฉินได้
แหล่งข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงปัญหาความล่าช้าของการให้บริการภาคพื้นดิน ทั้งการลำเลียงและคัดแยกสัมภาระ รวมถึงงานบริการภาคพื้นส่วนอื่น โดยระบุว่า หนึ่งในประเด็นที่ควรตรวจสอบอย่างจริงจังคือ การนำงานบางส่วนของการบินไทยออกไปให้บริษัทภายนอกรับช่วงต่อ
หากข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนมีหลักฐานรองรับ นี่อาจไม่ใช่เพียงความผิดพลาดของงานภาคพื้น แต่เป็นคำถามใหญ่ถึงโครงสร้างการบริหารและการจัดซื้อจัดจ้างของการบินไทยที่ควรได้รับคำตอบอย่างโปร่งใส