Prachachat
รับลูกต้านทุจริต-ลดไซซ์ข้าราชการ รื้อใหญ่กฎกระทรวง 7,600 ฉบับ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กกร.ต้านคอร์รัปชั่น จี้รัฐแก้กฎหมาย ลดดุลพินิจ ปิดช่องรับสินบน “ปกรณ์” รับลูก รื้อกฎกระทรวงกว่า 7,600 ฉบับ ลดขนาดข้าราชการ เปลี่ยนผ่านสู่ Digital Government ขณะที่ ป.ป.ท.ปรับใหญ่ อุดช่องโหว่ทุจริตตั้งแต่ต้นทาง ด้าน ธปท.เตรียมออกประกาศตัดเส้นทางการเงิน ออกกฎห้ามธุรกรรมกับเงินเทา-พนันออนไลน์
Key facts
- ซึ่งขณะนี้เรื่องถูกส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ ขณะที่ ปปง.ติดตามทรัพย์สินคืนได้แล้ว 320 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างขยายผล นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ กลุ่มทุนสีเทา ยาเสพติด คอลเซ็นเตอร์ และเครือข่ายการเงินผิดกฎหมาย
- เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ประธานคณะกรรมการภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) และประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า
- ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 การทำงานช่วง 11-12 เดือนที่ผ่านมา เริ่มเห็นการขับเคลื่อนจากภาครัฐที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนต่อต้านคอร์รัปชั่น
- ว่า หนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับการทุจริตคือ ระบบกฎหมายและการทำงานของภาครัฐ โดยกฎหมายไทยกว่า 90% ยังอยู่ในลักษณะระบบควบคุม หรือ Control System ทำให้เกิดการใช้ดุลพินิจและเป็นช่องทางที่อาจนำไปสู่การทุจริต
- กกร.ต้านคอร์รัปชั่น จี้รัฐแก้กฎหมาย ลดดุลพินิจ ปิดช่องรับสินบน “ปกรณ์”
- นายอนุทินยกกรณีการทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นเป็นตัวอย่างของการดำเนินนโยบาย โดยระบุว่า มีผู้เข้าสอบประมาณ 300,000 คน เพื่อบรรจุ 80,000 อัตรา และมีข้อมูลการเรียกรับเงินเฉลี่ยรายละ 300,000 บาท ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายประมาณ 2,400
Summary
ซึ่งเครือข่าย “Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 การทำงานช่วง 11-12 เดือนที่ผ่านมา เริ่มเห็นการขับเคลื่อนจากภาครัฐที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนต่อต้านคอร์รัปชั่น มองว่ากลไกดังกล่าวจะเป็นช่องทางสำคัญในการนำข้อเสนอจากภาคเอกชนไปสู่การดำเนินการร่วมกับภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม
“กกร.ให้ความสำคัญกับการทบทวนกฎหมาย กฎระเบียบ ใบอนุญาต และขั้นตอนต่าง ๆ ที่อาจเปิดช่องให้มีการใช้ดุลพินิจ รวมถึงนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ เพิ่มการเปิดเผยข้อมูลให้สามารถตรวจสอบได้ และสร้างระบบคุ้มครองผู้ที่ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการแก้กฎระเบียบ ทบทวนกฎกระทรวง ประกาศ หรือขั้นตอนของหน่วยงานที่เป็นอุปสรรค เพื่อลดช่องว่างในการใช้ดุลพินิจ อีกกลไกที่ภาคเอกชนต้องการผลักดัน คือ แนวคิด “ไม่จ่าย”
“หากทำเรื่องปราบปรามคอร์รัปชั่นได้สำเร็จ จะยินดียิ่งกว่าการได้เป็นนายกรัฐมนตรีนาน ๆ เพราะเป็นการตอบโจทย์ประเทศ” นายอนุทินกล่าว