← Back to KHAO

กรมชลประทานเร่งบริหารจัดการน้ำทุกลุ่มน้ำ ตรึงระบายเขื่อนเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที รับมือฝนระลอกใหม่ คาดสถานการณ์คลี่คลายช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

THE STANDARD Economic Forum 2026 #1 : 1-11 Oct 2026

วันนี้ (5 ตุลาคม) กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด เดินหน้าบริหารจัดการน้ำให้สอดรับกับสภาพอากาศ เผยลุ่มน้ำเจ้าพระยาจำเป็นต้องคงการระบายน้ำที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำหน้าเขื่อนรองรับฝนระลอกใหม่ ขณะที่ ลุ่มน้ำบางปะกง เร่งระดมสรรพกำลังเสริมคันดินป้องกันน้ำล้นตลิ่ง มั่นใจสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้

Key facts

Summary

สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันปริมาณน้ำเหนือเขื่อนรวมกับมวลน้ำสมทบจากแม่น้ำสแกกรังและพื้นที่ข้างเคียง ส่งผลให้มีน้ำไหลลงสู่หน้าเขื่อนเจ้าพระยาสูงถึง 3,074 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องคงการระบายน้ำท้ายเขื่อนไว้ในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดระดับน้ำหน้าเขื่อนและเตรียมพื้นที่รองรับปริมาณฝนใหม่ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการระบายเกินอัตราดังกล่าว และแนวโน้มการระบายน้ำจะทยอยลดลงตามลำดับหลังวันที่ 10 ตุลาคมเป็นต้นไป

วรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จากข้อมูลคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ช่วงวันที่ 5-13 ตุลาคมนี้ ปริมาณฝนจะน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง แต่ประเมินว่าสถานการณ์จะค่อยๆ คลี่คลายลงหลังวันที่ 11-13 ตุลาคม

ขณะที่ลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำเต็มความจุ จึงต้องระบายน้ำในอัตรา 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ โดยควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระราม 6 ให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

Read full article at The Standard →