Ban Muang
น้ำเหนือคลี่คลาย! กรมชลฯ ทยอยลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ระดม 786 หน่วยรับมือพื้นที่เสี่ยง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา โดยเมื่อเวลา 06.00 น. สถานี P.17 แม่น้ำปิง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 484 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานี N.67 แม่น้ำน่าน มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 998 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทั้งสองสถานีมีแน
Key facts
- ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.38 เมตร รทก. จากแนวโน้มปริมาณน้ำเหนือที่ลดลง กรมชลประทานจึงเริ่มทยอยปรับลดการระบายน้ำตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม
- พร้อมกันนี้ กรมชลประทานได้ปรับลดการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เหลือรวม 487 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเดิมเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่รับน้ำรวม 564 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- จนถึงขณะนี้ กรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถบรรทุก และเครื่องจักรต่าง ๆ รวมประมาณ 786 หน่วย เข้าไปสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ รวมทั้งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
- ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอรับความช่วยเหลือด้านสถานการณ์น้ำได้ที่ สายด่วนกรมชลประทาน 1460 โดยกรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและปรับแผนบริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
Summary
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา โดยเมื่อเวลา 06.00 น. สถานี P.17 แม่น้ำปิง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 484 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานี N.67 แม่น้ำน่าน มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 998 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทั้งสองสถานีมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลมารวมกันบริเวณสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ลดลงเหลือ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนแม่น้ำสะแกกรังที่สถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 52 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.38 เมตร รทก. จากแนวโน้มปริมาณน้ำเหนือที่ลดลง กรมชลประทานจึงเริ่มทยอยปรับลดการระบายน้ำตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม โดยลดประมาณชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จาก 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนเหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในเวลา 13.00 น. และจะคงอัตราการระบายดังกล่าวต่อเนื่อง
นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์ฝน น้ำเหนือ และพื้นที่ท้ายน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนให้ทันต่อสถานการณ์ หากพื้นที่ใดประสบปัญหาให้เร่งนำเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ขณะที่พื้นที่ซึ่งสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จะเคลื่อนย้ายทรัพยากรไปเสริมจุดที่ยังมีความเสี่ยงทันที