The Standard
เปิดมุมมอง IMF ต่อฐานะการคลัง ‘ไทย’ พร้อมข้อแนะนำรัฐบาลควรใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพเก็บภาษีอย่างไร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เอรา ดาบลา-นอร์ริส (Era Dabla-Norris) รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลังของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD โดยระบุว่า หนี้สาธารณะทั่วโลกที่กำลังเข้าใกล้ระดับ 100% ของ GDP ภายในปี 2030 ต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการขาดดุลที่อยู่ในระดับสูงในหลายภูมิภาคทั่วโลก ปัจจุบันเราจึงอยู่ในสถานการณ์ที่บริบททางการคลังแตกต่างไปจากช่วง 5 ถึง 10 ปีที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงสำหรับหลายประเทศ สภาพแวดล้อมในปัจจุบันคือ แม้จะยังสามารถกู้ยืมได้
Key facts
- เอรา ดาบลา-นอร์ริส (Era Dabla-Norris) รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลังของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD โดยระบุว่า หนี้สาธารณะทั่วโลกที่กำลังเข้าใกล้ระดับ 100% ของ GDP ภายในปี 2030
- ภาระดอกเบี้ยรัฐบาลเอเชียจ่อพุ่งแตะ 2.5% ต่อ GDP บีบพื้นที่การคลังหดตัว
- แนะเอเชียปรับสมดุลการคลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ป้องกันผลกระทบฉุดการเติบโต
- ดาบลา-นอร์ริส ยังกล่าวถึงประเด็น เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Sovereign Yields) ในกลุ่มประเทศที่มีความสำคัญเชิงระบบเศรษฐกิจปรับตัวสูงขึ้น ประมาณ 110 ถึง 120 เบสิสพอยต์ (Basis Points) ตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
- IMF ประเมิน AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเก็บภาษี แต่เสี่ยงดิสรัปต์ตลาดแรงงานรุนแรง
Summary
ดังนั้น ดาบลา-นอร์ริส จึงมองว่า ลำดับความสำคัญเร่งด่วนและข้อเสนอแนะสำหรับประเทศต่างๆ ในขณะนี้ คือการพิจารณาอย่างจริงจังถึงความจำเป็นในการจัดระเบียบวินัยทางการคลัง สำหรับประเทศที่มีระดับหนี้สูงมาก สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การดำเนินการปรับนโยบายการคลังเข้าสู่สมดุล (Fiscal Consolidation) อย่างน่าเชื่อถือตั้งแต่วันนี้
โดยหนึ่งสาเหตุที่หลายประเทศมีพื้นที่ทางการคลังลดลงมาจากภาระการชำระดอกเบี้ยสำหรับหนี้ก้อนใหม่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมาอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ในภูมิภาคเอเชีย สัดส่วนการชำระดอกเบี้ยต่อ GDP กำลังเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1.5% เป็น 2 5% ของ GDP ภายในสิ้นทศวรรษนี้ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่ากรอบงบประมาณทางการคลังจะเหลือพื้นที่สำหรับการใช้จ่ายในด้านอื่นๆ น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นด้านการลงทุน การคุ้มครองทางสังคม และอื่นๆ
“ในทางปฏิบัติ สิ่งนี้หมายถึงการบริหารจัดการทรัพยากรทางการคลังอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น การมีระบบบริหารหนี้ที่รัดกุม ตลอดจนการสร้างกันชนทางการคลัง (Fiscal Buffers) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับรองรับความผันผวนในอนาคต”