Ban Muang
โอสถสภาเดินหน้าโครงการ “OSP Bottle to Bottle” เปลี่ยนขวดแก้วใช้แล้วกลับสู่ขวดใบใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
โอสถสภาเดินหน้าโครงการ “OSP Bottle to Bottle” เปลี่ยนขวดแก้วใช้แล้วกลับสู่ขวดใบใหม่
Key facts
- บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เดินหน้ายกระดับ “OSP Bottle to Bottle”
- OSP ตั้งเป้ารวบรวมเศษแก้ว 625,000 ตันภายในปี 2030 พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายและช่องทางการเก็บกลับ เพื่อให้ขวดแก้วหลังการบริโภคกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้มากขึ้น ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ เชื่อมโยงผู้เก็บและผู้รับซื้อของเก่าโดยตรง
- คุณมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ตลอด 135 ปีที่ผ่านมา โอสถสภาเติบโตเคียงคู่สังคมไทยด้วยความเชื่อว่า การเติบโตของธุรกิจควรเดินไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม OSP Bottle to Bottle
- การขับเคลื่อนโครงการครั้งนี้ OSP ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ เครือข่ายในพื้นที่ ชุมชน และ พนักงานจิตอาสา “โอสถสภา หัวใจทำดี”
Summary
คุณมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ตลอด 135 ปีที่ผ่านมา โอสถสภาเติบโตเคียงคู่สังคมไทยด้วยความเชื่อว่า การเติบโตของธุรกิจควรเดินไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม OSP Bottle to Bottle เป็นโครงการที่เชื่อมโยงกับธุรกิจของเราโดยตรง เพราะขวดแก้วเป็นหนึ่งในบรรจุภัณฑ์หลัก และความรับผิดชอบของเราครอบคลุมถึงการนำขวดแก้วหลังการบริโภคกลับเข้าสู่ระบบเพื่อสร้างคุณค่าอีกครั้ง สำหรับโอสถสภา ซึ่งมีการผลิตสินค้าในระดับพันล้านขวด
นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า “การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การนำขยะขวดแก้วขนาดเล็กที่ตกค้างกลับเข้าสู่ระบบ นอกจากจะช่วยลดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ผู้คน และสัตว์ในพื้นที่แล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในชุมชนและในระดับมหภาคได้อีกด้วย กรมฯ จึงยินดีที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในภาคีเครือข่ายโครงการ OSP Bottle to Bottle ของโอสถสภาในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการดูแลรักษาทรัพยากรชายฝั่งของกรมฯ
นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “สิ่งสำคัญอีกด้านคือการสร้างความเข้าใจและการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเองจนเป็นวิถีชีวิต ซึ่งจังหวัดชลบุรีได้ดำเนินการอย่างจริงจัง การที่ภาคธุรกิจ ชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่ได้มาร่วมลงมือทำในวันนี้ จึงไม่เพียงช่วยดูแลพื้นที่ชายฝั่ง แต่ยังเป็นโอกาสให้ทุกคนเห็นว่าตนเองสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมได้ หากความร่วมมือนี้สามารถต่อยอดและขยายไปสู่ชุมชนและพื้นที่อื่น ๆ