Thai Post
นักยุทธศาสตร์ประเมินความคุ้มค่า-ข้อกังวลโครงการเจ้าพระยา 2
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
18 ตุลาคม 2569 – ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม เขียนบทความถึงโครงการ แม่น้ำเจ้าพระยา 2 โดยระบุว่า ทุกครั้งที่ฤดูน้ำหลากมาเยือน สังคมไทยมักวนเวียนอยู่กับคำถามเดิม: เราจะยอมจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมซ้ำซากปีละหลายหมื่นล้าน หรือจะกล้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตัดวงจรปัญหานี้ให้จบ?
Key facts
- คุ้มค่าจริงไหม? ชั่งน้ำหนักต้นทุน 1.6 แสนล้าน กับความสูญเสียระดับชาติ
- 18 ตุลาคม 2569 – ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม เขียนบทความถึงโครงการ แม่น้ำเจ้าพระยา 2 โดยระบุว่า ทุกครั้งที่ฤดูน้ำหลากมาเยือน สังคมไทยมักวนเวียนอยู่กับคำถามเดิม: เราจะยอมจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมซ้ำซากปีละหลายหมื่นล้าน
- บทเรียนมหาอุทกภัยปี 2554: ธนาคารโลกประเมินความเสียหายสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท เมกะโปรเจกต์นี้จึงคิดเป็นเพียงประมาณ 11% ของมูลค่าความเสียหายในครั้งนั้น
- โมเดลตัดยอดน้ำ: 900 ลบ.ม./วินาที ผ่านแนวระบาย 9 จังหวัด
- เจาะลึก 4 ข้อข้องใจของชุมชน: สิ่งที่รัฐต้องตอบให้เคลียร์
- หากเทียบตัวเลขการลงทุน 1.6 แสนล้านบาท กับความเสียหายที่ประเทศต้องจ่ายซ้ำซาก ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ (Cost-Benefit) มีมิติที่ชัดเจน
Summary
โครงการคลองผันน้ำหลาก “ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย” หรือที่สังคมรู้จักในชื่อ “โครงการแม่น้ำเจ้าพระยา 2” ภายใต้งบประมาณรวมกว่า 1.6 แสนล้านบาท บวกค่าเวนคืนที่ดินอีกกว่า 20,000 ล้านบาท กำลังถูกตั้งคำถามสำคัญในเชิงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และยุทธศาสตร์สังคมว่า
ความเข้าใจผิดสำคัญคือคิดว่าโครงการ 1.6 แสนล้านบาทนี้ทำขึ้นมาเพื่อปกป้องเฉพาะคนเมืองหลวง แต่ข้อมูลเชิงพื้นที่บ่งชี้ว่าโครงการนี้ช่วยลดพื้นที่น้ำท่วมได้กว่า 3.48 ล้านไร่ ครอบคลุมผู้ได้รับประโยชน์ถึง 3 กลุ่มยุทธศาสตร์:
2. สลัดคอขวดวิศวกรรม: จากแนวพระราชดำริ “ถนนวงแหวนน้ำ” สู่โครงการจริงแนวคิดคลองผันน้ำเลี่ยงเมืองหลวง มีรากฐานสอดคล้องกับแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 หลังมหาอุทกภัยปี 2538 ที่ทรงเปรียบเทียบว่า หากกรุงเทพฯ ต้องการถนนวงแหวนรอบนอกเพื่อไม่ให้การจราจรติดขัดในเมือง ระบบระบายน้ำก็ต้องการ “ถนนวงแหวนน้ำ”