Matichon
ทวี เยี่ยมปราชญ์ภาษามาลายู ชี้ปกป้องอัตลักษณ์ท้องถิ่น กุญแจสำคัญสันติภาพชายแดนใต้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ทวี เยี่ยมปราชญ์ภาษามาลายู ชี้ปกป้องอัตลักษณ์ท้องถิ่น กุญแจสำคัญสันติภาพชายแดนใต้
Key facts
- วันที่ 18 ตุลาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยแกนนำและคณะทำงานพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง
- ทวี เยี่ยมปราชญ์ภาษามาลายู ชี้ปกป้องอัตลักษณ์ท้องถิ่น กุญแจสำคัญสันติภาพชายแดนใต้
- การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของ พ.ต.อ.ทวี ในฐานะผู้นำทางการเมืองที่ให้คุณค่าต่อมิติทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสิทธิมนุษยชนของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง โดย พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวกล่าวยกย่องเชิดชู “อุสตาซแม แดวอ”
- ด้าน อุสตาซแม แดวอ กล่าวเปิดใจด้วยความตื้นตันใจว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ พ.ต.อ.ทวี และคณะให้ความสำคัญและไม่เคยทอดทิ้งคนทำงานด้านวัฒนธรรมในพื้นที่ โดยได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของงานเขียนชิ้นสำคัญที่กำลังจะแล้วเสร็จว่า
Summary
วันที่ 18 ตุลาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยแกนนำและคณะทำงานพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับ นายดอรอแม หะยีหะซา หรือที่รู้จักกันในนาม “อุสตาซแม แดวอ”
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของ พ.ต.อ.ทวี ในฐานะผู้นำทางการเมืองที่ให้คุณค่าต่อมิติทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสิทธิมนุษยชนของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง โดย พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวกล่าวยกย่องเชิดชู “อุสตาซแม แดวอ” ว่าเป็นบุคคลผู้ทรงคุณูปการอย่างยิ่งต่อสังคมมลายู เป็นปราชญ์ท้องถิ่นผู้ยืนหยัดอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องมรดกทางภาษาและภูมิปัญญาไม่ให้สูญหายตามกาลเวลา
ด้าน อุสตาซแม แดวอ กล่าวเปิดใจด้วยความตื้นตันใจว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ พ.ต.อ.ทวี และคณะให้ความสำคัญและไม่เคยทอดทิ้งคนทำงานด้านวัฒนธรรมในพื้นที่ โดยได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของงานเขียนชิ้นสำคัญที่กำลังจะแล้วเสร็จว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำหนังสือเรื่อง “ภาษามลายูอักษรยาวีเป็นมรดกปัตตานี” ซึ่งใกล้จะได้รับการตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะในเร็วๆ นี้ หวังให้คนรุ่นหลังได้ร่วมกันศึกษาและภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง