Khaosod
คนกีฬา – ภาคประชาสังคม ค้านแก้กฎหมาย4ฉบับ ภาษีบาป กมธ.กีฬา ชี้กระทบวงการกีฬา
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
คนกีฬา-ภาคประชาสังคม ร่วมค้านแก้กฎหมาย 4 ฉบับ ภาษีบาป กมธ.กีฬา ชี้กระทบวงการกีฬา-การดูแลสุขภาพประชาชน เผย ข้อมูลหากใช้ระบบใหม่ จะเบิกจ่ายได้ 50% ในช่วงครึ่งปีแรก
Key facts
- 22 ต.ค. 69 – ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม เครือข่ายประชาชนปฏิรูประบบสุขภาพและสื่อสาธารณะเพื่อสิทธิพลเมือง
- คนกีฬา-ภาคประชาสังคม ร่วมค้านแก้กฎหมาย 4 ฉบับ ภาษีบาป กมธ.กีฬา ชี้กระทบวงการกีฬา-การดูแลสุขภาพประชาชน เผย
- ในอดีตก่อนมีกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (กองทุนสสส. ) เคยมีงบฯ ที่ได้รับการจัดสรรผ่านกรมควบคุมโรค มาทำเรื่องบุหรี่ก็พบว่ามีสัดส่วนลดลงเรื่อย ๆ จาก 32 ล้านในปี 2534 เหลือเพียง 10 ล้านบาทในปี 2539ส่วนปัจจุบันนี้ก็พบว่างบฯ
- ทำให้ธุรกิจสุรา ยาสูบ ไม่ต้องจ่ายเงินบำรุงเพิ่ม ประมาณ 14,000 ล้านบาท และเงินก้อนนี้ก็ไม่ได้กลับเข้ามาเป็นรายได้ของแผ่นดินแต่อย่างใด อีกทั้งรัฐบาลยังต้องหางบฯ มาให้ทั้ง 4 หน่วยงานด้วย ซึ่งยากมากในยุควิกฤตเศรษฐกิจที่รายได้มาพอรายจ่ายแบบนี้
- ธรรมชาติของงานกีฬา ต้องมีการฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมตลอดทั้งปี ไม่สามารถรอเบิกจ่ายเฉพาะช่วงครึ่งปีหลังได้ การจำกัดงบเหลือเพียง 50% ในช่วง 6 เดือนแรก จะสร้างภาระหนักให้แก่สมาคมกีฬาจังหวัดและสมาคมกีฬาฯ ที่ต้องสำรองเงินทุนจ่ายไปก่อน”
- นอกจากนี้ ผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. สสส. ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายสูงถึง 89.47% ส่วนร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทยมีผู้ไม่เห็นด้วย 67.88%
Summary
นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ เลขานุการขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน กล่าวว่า การเสนอแก้ไข กฎหมายทั้ง 4 ฉบับ มีสาระสำคัญอยู่ที่การยกเลิกการเรียกเก็บเงินบำรุงที่เคยเก็บเพิ่มจากอุตสาหกรรมสุรา ยาสูบ และให้รับการจัดสรรตามงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน
“ในอดีตก่อนมีกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (กองทุนสสส. ) เคยมีงบฯ ที่ได้รับการจัดสรรผ่านกรมควบคุมโรค มาทำเรื่องบุหรี่ก็พบว่ามีสัดส่วนลดลงเรื่อย ๆ จาก 32 ล้านในปี 2534 เหลือเพียง 10 ล้านบาทในปี 2539ส่วนปัจจุบันนี้ก็พบว่างบฯ รายจ่ายประจำปีขององค์การมหาชนหลายแห่งก็ถูกปรับลดลงเรื่อย ๆ ไม่เพียงพอต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ“ นายธีรภัทร์ กล่าว
การที่รัฐบาลระบุว่าการแก้ไขตรงนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบนั้น ตรงนี้ไม่น่าจะเป็นเหตุผลหลัก เนื่องจากแต่ละกองทุนมีระบบการตรวจสอบภายใน มีคณะกรรมการติดตามการใช้เงินกองทุนกำกับดูแลอย่างเข้มงวด รวมถึงมีหน่วยงานภายนอกอย่าง สตง. และ ป.ป.ช. ตรวจสอบตามกฎหมาย การนำงบประมาณไปดึงไว้ที่ส่วนกลางจึงมองได้ว่าเป็นการรวบอำนาจและลดบทบาทของกองทุนฯ ลง